หลังจากไล่สาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูไปแล้ว ใบหน้าของอวิ๋นเจิงก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาผลักประตูเข้าไปตามลำพัง
“อิงเถา เหตุใดข้าจึงได้ยินคล้ายมีคนผลักประตู?”
เสียงของเย่จื่อดังมาจากหลังฉากกั้น
“บ่าวก็เหมือนได้ยินเช่นกัน บ่าวจะไปดูเจ้าค่ะ”
อิงเถาตอบ ก่อนรีบวิ่งออกมาจากหลังฉากกั้น
ทันทีที่นางออกมา ก็เห็นอวิ๋นเจิงอยู่ในห้อง
เมื่อเห็นว่าไม่ใช่คนไม่รู้จักที่บุ่มบ่ามบุกรุกเข้ามา อิงเถาจึงค่อยวางใจ แล้วรีบคำนับ
ทว่ายังไม่ทันเอ่ยปาก อวิ๋นเจิงก็ยกนิ้วแตะริมฝีปากส่งสัญญาณให้นางเงียบ พร้อมโบกมือเบา ๆ เป็นเชิงให้ออกไป
อิงเถาคล้ายจะเดาออกว่าอวิ๋นเจิงคิดทำสิ่งใด ใบหน้าจึงแดงระเรื่อขึ้นมา ก่อนสาวเท้าเล็ก ๆ ออกจากห้อง
อวิ๋นเจิงลงกลอนประตูจากด้านใน แล้วค่อย ๆ ย่องไปทางหลังฉากกั้น
“อิงเถา มีคนผลักประตูหรือ?”
เย่จื่อเอ่ยถาม
อวิ๋นเจิงนึกสนุก อยากจู่โจมเย่จื่ออย่างไม่ให้ตั้งตัว แต่เมื่อคิดว่านางกำลังตั้งครรภ์ เกรงจะทำให้นางตกใจจนเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ท้ายที่สุดจึงเอ่ยปากว่า “มี มีโจรเด็ดบุปผามาคนหนึ่ง”
เย่จื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไป
แต่ไม่นานนางก็รู้ตัว
นี่เป็นเสียงของอวิ๋นเจิง
เจ้าคนเจ้าชู้!
เย่จื่อลอบก่นด่าอย่างเขินอาย ก่อนหันมองไปทางฉากกั้น
เป็นดังที่คิด อวิ๋นเจิงเดินออกมาจากหลังฉากกั้นด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์
“ท่านไม่กลัวสาวใช้ในจวนหัวเราะเยาะหรือ!”
เย่จื่อเอ่ยอย่างเขินอายปนขุ่นเคือง
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าอิงเถาคงถูกเจ้าคนผู้นี้ไล่ออกไปแล้ว
“พวกเรามีลูกด้วยกันแล้ว ใครจะหัวเราะเยาะกันเล่า?”
