ตลอดสองวันถัดมา เจียเหยาหารือเจรจากับกุ่ยฟางมาโดยตลอด
แม้เงื่อนไขที่กุ่ยฟางเสนอจะเกินกว่าขั้นต่ำที่เจียเหยาคาดหวังไว้ในใจแล้ว แต่นางก็ยังไม่พอใจ
นางอยากช่วงชิงทรัพยากรมาให้ได้มากกว่านี้ ต่อให้เพิ่มขึ้นอีกเพียงนิดก็ยังดี
ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยื้อกันมากที่สุดคือค่าชดเชยสงครามกับปริมาณเครื่องบรรณาการ
ท่าทีของกุ่ยฟางชัดเจนยิ่ง หากต้องการค่าชดเชยมากขึ้น ก็ต้องลดปริมาณเครื่องบรรณาการลง
แต่เรื่องปริมาณเครื่องบรรณาการ เจียเหยากลับไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุด กุ่ยฟางก็จำต้องยินยอมส่งเครื่องบรรณาการตามจำนวนที่เจียเหยาเสนอ
ส่วนค่าชดเชยที่พวกเขามอบให้ได้ เมื่อนำมาคำนวณแล้วก็คิดเป็นราวสี่ส่วนห้าของจำนวนที่เจียเหยาเรียกร้องไว้แต่แรก
ผลลัพธ์นี้แม้ไม่ถึงกับน่าพอใจนัก แต่ก็ดีกว่าที่เจียเหยาคาดไว้ไม่น้อย
เมื่อการเจรจาสิ้นสุดลง เจียเหยาก็ผ่อนลมหายใจยาว
เมื่อได้เสบียงเหล่านี้มา ชาวเป่ยหวนก็จะผ่านฤดูหนาวปีนี้ไปได้ดีกว่าเดิมมาก
“องค์หญิง เหตุใดท่านจึงไม่ยอมถอยเรื่องเครื่องบรรณาการเล่า?”
เหออาซูถามเจียเหยาด้วยความไม่เข้าใจ “หากยอมถอยเรื่องเครื่องบรรณาการ พวกเราก็จะได้...”
“เจ้าคิดมากไปแล้ว”
เจียเหยาขัดคำพูดของเหออาซู พลางส่ายหน้า “อย่าคิดว่าอวิ๋นเจิงเป็นคนโง่! สำหรับอวิ๋นเจิงแล้ว เครื่องบรรณาการทั้งหมดล้วนเป็นของเขา ไม่มีทางแบ่งให้พวกเราคนใดทั้งนั้น! หากข้ายอมถอยเรื่องเครื่องบรรณาการ ก็เท่ากับนำของของเขาไปแลกผลประโยชน์ให้พวกเรา ถึงตอนนั้น คนที่ซวยก็ยังเป็นพวกเราอยู่ดี!”
นางกับอวิ๋นเจิงเดิมทีก็เป็นคนประเภทเดียวกัน
หากสลับตำแหน่งกับอวิ๋นเจิง นางเองก็ไม่มีทางยอมให้อวิ๋นเจิงแตะต้องผลประโยชน์ของตน
