ยามพลบค่ำ อวิ๋นเจิงซึ่งยังอยู่กลางทะเลได้รับข่าวที่จ้าวหลิวเหลียงส่งคนมาบอก
พวกเขาเอาชนะกองทัพข้าศึกที่ตั้งแนวสกัดได้แล้ว กองทัพส่วนหน้าขึ้นฝั่งเรียบร้อย บัดนี้กำลังคุ้มกันกองทัพส่วนหลังขึ้นฝั่ง
กองกำลังสกัดกั้นของศัตรูล่าถอยไปแล้ว ทว่าจ้าวหลิวเหลียงมิได้ยกทัพไล่ตาม
ภารกิจของพวกเขาในยามนี้คือจัดเตรียมการป้องกัน เพื่อให้กองกำลังส่วนอื่นขึ้นฝั่งได้อย่างราบรื่น
ส่วนผลการรบ จ้าวหลิวเหลียงมิได้กล่าวถึง
คาดว่ายังไม่มีเวลานับจำนวน
แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะจ้าวหลิวเหลียงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องนับก็ได้
จากสถานการณ์ในยามนี้ พวกเขาคงต้องอยู่กลางทะเลอีกวันหนึ่ง รอถึงพรุ่งนี้จึงจะขึ้นฝั่งได้
“ถ่ายทอดคำสั่งให้ทุกกองเตรียมรับมือ ตั้งแนวป้องกันให้พร้อม ระวังข้าศึกบุกยามวิกาล!”
อวิ๋นเจิงสั่งการอย่างรวดเร็ว “เพิ่มเรือลาดตระเวนรอบกองทัพ คอยระวังภัยด้วย”
“เรือลาดตระเวนทุกลำต้องจุดโคมไว้ตลอดคืน หากโคมดับ แสดงว่าข้าศึกบุกโจมตี”
“หากไม่พบข้าศึกบุก แต่โคมดับ คนทั้งลำต้องถูกประหาร!”
ทหารส่งสารไม่กล้ารอช้า รีบนำคำสั่งของอวิ๋นเจิงไปถ่ายทอดทันที
เมื่อทหารส่งสารจากไปแล้ว เจียเหยาจึงยิ้มกล่าวกับอวิ๋นเจิงว่า “ท่านเข้มงวดเกินไปหน่อยกระมัง! ลมทะเลแรงถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าโคมจะถูกพัดดับเมื่อใด”
“เช่นนั้นก็หาวิธีมิให้ลมพัดโคมดับ!”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าเบา ๆ “ถึงเวลาเช่นนี้แล้ว จำต้องระแวดระวัง! พวกเราเพิ่งสูญเสียผู้คนไปโดยไร้เหตุเพราะหมอกหนา จะปล่อยให้เกิดความสูญเสียโดยไร้เหตุเพราะความประมาทของตนอีกไม่ได้!”
