ชั่วพริบตาเดียว เทศกาลส่งท้ายปีก็มาถึง
ทว่าทั่วทั้งซั่วเป่ยกลับไร้บรรยากาศแห่งความยินดีในเทศกาลส่งท้ายปี
ผู้คนส่วนใหญ่ต่างกังวลกับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ค่ายทหารที่ซั่วฟางก็ไร้บรรยากาศรื่นเริงเช่นกัน
หลายคนถึงกับลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันสิ้นปี
จนกระทั่งอวิ๋นเจิงสั่งให้กองครัวจัดอาหารมื้อใหญ่ให้ทุกคนฉลองปีใหม่ ผู้คนจำนวนมากจึงนึกขึ้นได้ว่าเทศกาลส่งท้ายปีมาถึงอย่างเงียบงันแล้ว
เดิมทีอวิ๋นเจิงตั้งใจจะฉลองปีใหม่ร่วมกับเหล่าทหารในค่ายตอนกลางคืน
แต่ยามบ่าย เย่จื่อกลับพาบ่าวไพร่และองครักษ์จากจวนมาถึงค่าย
สิ่งที่พวกเขานำมาด้วยยังมีเกี๊ยวแช่แข็งจนแข็งโป๊กอีกหลายห่อ
“พี่สะใภ้ ท่านช่างดียิ่งนัก!”
เมื่อเห็นเกี๊ยวมากมาย เสิ่นลั่วเยี่ยนก็โผเข้ากอดเย่จื่ออย่างเกินจริง
เย่จื่อยิ้มบาง ๆ แล้วตบศีรษะเสิ่นลั่วเยี่ยนเบา ๆ “พอแล้ว รีบปล่อยข้าเสีย แต่งงานแล้วแท้ ๆ ไฉนยังทำตัวราวกับเด็กอยู่เล่า”
เสิ่นลั่วเยี่ยนหัวเราะคิกคักพลางคลายอ้อมแขนจากเย่จื่อ “เป็นเด็กแล้วไม่ดีตรงไหน? ไม่ต้องกังวลสิ่งใด ไร้ทุกข์ไร้กังวล ไม่เหมือนพวกเรายามนี้ ที่วัน ๆ กลุ้มจนผมหงอกแล้ว”
“เจ้าจะกลุ้มเรื่องใด?”
เย่จื่อปรายตามองนาง ก่อนบุ้ยใบ้ไปทางอวิ๋นเจิง “คนที่ควรกลุ้มที่สุดยังไม่พูดอะไรสักคำ!”
“ข้าไม่กลุ้มเสียหน่อย”
อวิ๋นเจิงหัวเราะเสียงดัง “ผู้ที่ควรกลุ้มที่สุดยามนี้คือเว่ยเหวินจงกับแม่ทัพใหญ่เป่ยหวนต่างหาก!”
“ไม่กลุ้มก็แปลกแล้ว!”
เย่จื่อปรายตามองเขา “ท่านลองดูสิว่าดวงตาตัวเองมีเส้นเลือดฝอยมากเพียงใด”
สภาพอวิ๋นเจิงเช่นนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขานอนไม่ดี
หากไม่กลุ้ม เขาจะนอนไม่หลับหรือ?
