“กั๋วกงอวี้มาทำอันใดหรือ?”
ระหว่างรออยู่หน้าประตูค่าย เสิ่นลั่วเยี่ยนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
อวิ๋นเจิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ตอบว่า “จะมาทำอันใดได้อีกเล่า ย่อมมาอ่านพระราชโองการเป็นแน่ ก่อนหน้านี้พวกเราสร้างความชอบไว้มาก เสด็จพ่อยังมิได้พระราชทานรางวัลเลย”
“พระราชทานรางวัลหรือ?”
ดวงตาเสิ่นลั่วเยี่ยนเป็นประกาย “วันนี้เป็นวันสิ้นปี กั๋วกงอวี้มาถึงวันนี้ ดูคล้ายจงใจอยู่บ้าง!”
“จงใจเป็นแน่!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าพลางยิ้ม “บางทีนี่อาจเป็นของขวัญที่เสด็จพ่อทรงเตรียมไว้ให้พวกเราก็ได้!”
ของขวัญหรือ?
เสิ่นลั่วเยี่ยนยิ้มแย้ม
เรื่องของขวัญนางยังไม่คิดถึงตอนนี้
ขอเพียงมิใช่เรื่องน่าตกใจก็พอ!
พวกเขายืนรออยู่หน้าค่ายราวสองเค่อ ในที่สุดเซียวว่านโฉวก็มาถึงพร้อมกองกำลังจำนวนมาก
อวิ๋นเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนสบตากันเงียบ ๆ ก่อนจะรีบเข้าไปต้อนรับ
“อวิ๋นเจิงคารวะกั๋วกงอวี้!”
อวิ๋นเจิงเป็นฝ่ายคำนับเซียวว่านโฉวก่อน
อวิ๋นเจิงเคารพเซียวว่านโฉว แม่ทัพชราผู้ยืนหยัดสนับสนุนการศึกผู้นี้อยู่ไม่น้อย
“ท่านอ๋อง ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
เซียวว่านโฉวรีบห้ามอวิ๋นเจิง “สมควรเป็นข้าน้อยต่างหากที่คำนับท่านอ๋องกับพระชายา!”
“อย่าเลย อย่าเลย!”
อวิ๋นเจิงโบกมือรัว “กั๋วกงอวี้ทำเช่นนี้ มิเท่ากับสาปแช่งให้พวกเราสั้นอายุหรือ?”
“มิกล้า มิกล้า!” เซียวว่านโฉวยิ้มพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงกำชับให้ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มาส่งถึงมือท่านอ๋องก่อนสิ้นปี บัดนี้ข้าน้อยทำหน้าที่สำเร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เป็นเช่นนั้นจริงด้วย!
อวิ๋นเจิงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ภายหลังรบกวนกั๋วกงอวี้ช่วยขอบพระทัยเสด็จพ่อแทนข้าด้วย”
“ย่อมได้ ย่อมได้!”
เซียวว่านโฉวกล่าวถ้อยคำเกรงใจสั้น ๆ สองสามคำ ก่อนเอ่ยอย่างเร่งร้อนว่า “ท่านอ๋อง พระชายา เชิญรับพระราชโองการก่อนเถิด!”
เอาเถิด!
ท่านผู้นี้ช่างทำสิ่งใดก็รวดเร็วยิ่งนัก!
