“ข้ากล้าให้ เจ้าอาจไม่กล้ารับก็ได้?”
คำพูดของอวิ๋นเจิงทำให้เว่ยเหวินจงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
อวิ๋นเจิงกล้าให้ แล้วเขามีเหตุใดจึงไม่กล้ารับ?
กองกำลังของอวิ๋นเจิงก็อยู่ในสังกัดกองทัพเป่ยฝู่ อีกทั้งกองทัพเป่ยฝู่ขาดแคลนม้าศึกเป็นความจริง!
สถานการณ์เช่นนี้ เขาดึงม้าศึกจากอวิ๋นเจิงไป ต่อให้ฝ่าบาทเสด็จมาก็คงไม่ตรัสอะไรหรอกกระมัง?
เขามีเหตุใดจึงไม่กล้ารับ?
“ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไร?”
เว่ยเหวินจงถามด้วยรอยยิ้ม
“ม้าศึกเหล่านี้ ไม่ช้าก็เร็วข้าต้องคืนให้เสด็จพ่อ!”
อวิ๋นเจิงเงยหน้ามองเว่ยเหวินจง “เมื่อครั้งข้าออกจากเมืองหลวง เสด็จพ่อทรงให้ข้ายืมม้าศึกหนึ่งพันตัว เพื่อใช้กับทหารประจำจวนของข้า!”
“เสด็จพ่อรับสั่งแล้วว่า ม้าศึกเหล่านั้นให้ข้ายืม วันหน้าข้าต้องคืนเป็นสองเท่า!”
“พูดให้ชัดก็คือ ม้าศึกเหล่านี้ไม่ใช่ของข้า ไม่ใช่ของกองทัพเป่ยฝู่ แต่เป็นของเสด็จพ่อ!”
“เรื่องนี้ฉินชีหู่แห่งกองรักษาการณ์สุยหนิงรู้ดีที่สุด เจ้าไปถามเขาได้!”
“หากเจ้าต้องการม้าศึกเหล่านี้ ก็ไปขอพระราชโองการจากเสด็จพ่อ!”
“ขอเพียงเจ้านำพระราชโองการของเสด็จพ่อมา ข้าย่อมไม่มีข้อโต้แย้ง!”
เมื่อได้ฟังคำพูดของอวิ๋นเจิง หัวใจเว่ยเหวินจงพลันกระตุก
มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?
ให้เขาไปขอพระราชโองการจากฮ่องเต้เหวิน นี่มิใช่เรื่องเหลวไหลหรือ?
เขาจะไปขอพระราชโองการจากฮ่องเต้เหวินเพราะเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?
เดิมทีเขาก็มีข้อสงสัยว่าเจตนาปองร้ายอวิ๋นเจิงอยู่แล้ว หากยังจงใจไปขอพระราชโองการจากฮ่องเต้เหวินเพราะเรื่องนี้ เกรงแม้แต่ฮ่องเต้เหวินก็จะทรงคิดว่าเขาจงใจกดขี่อวิ๋นเจิง
ถึงตอนนั้น คนที่เคราะห์ร้ายก็คือตัวเขาเอง
