นครหลวง
คณะทูตซีฉวีที่มีตานฉวี่เป็นผู้นำเดินทางมาถึงนครหลวงแล้ว
เมื่อวานนี้ อวิ๋นลี่สั่งให้กู้ซิวพาคนออกจากนครหลวงไปต้อนรับคณะทูตซีฉวี ทั้งยังจัดงานเลี้ยงรับรองคณะทูตที่ตำหนักว่านโซ่วเมื่อคืนนี้
วันนี้ ฮ่องเต้เหวินซึ่งมิได้ว่าราชการมานานทรงกลับมาว่าราชการอีกครั้ง เพื่อรับการเข้าเฝ้าของคณะทูตซีฉวีในนามต้าเฉียน
เดิมทีฮ่องเต้เหวินไม่จำเป็นต้องเสด็จออกว่าราชการ แต่กู้ซิวได้รับข่าวว่าซีฉวีมีแนวโน้มจะยอมเป็นประเทศราชและถวายบรรณาการแก่ต้าเฉียน ฮ่องเต้เหวินจึงเสด็จกลับมาว่าราชการอีกครั้ง
“ประกาศให้คณะทูตซีฉวีเข้าเฝ้า!”
สิ้นเสียงขานของมู่ซุ่น ตานฉวี่ก็นำสมาชิกคนสำคัญหลายคนของคณะทูตซีฉวีเดินเข้ามาในท้องพระโรงอย่างช้า ๆ
ชั่วครู่ต่อมา ตานฉวี่หยุดยืนแล้วค่อย ๆ คุกเข่าลง
เมื่อตานฉวี่คุกเข่าลง คนในคณะทูตซีฉวีก็คุกเข่าตามกันไป
ตานฉวี่เปล่งเสียงดังว่า “ทูตผู้น้อยตานฉวี่ นำคณะทูตซีฉวีมาคารวะฮ่องเต้แห่งต้าเฉียน!”
กล่าวจบ ตานฉวี่ก็ค่อย ๆ คำนับลงจนหน้าผากแตะพื้น
เมื่อเห็นตานฉวี่แสดงความเคารพถึงเพียงนี้ ฮ่องเต้เหวินก็อดสงสัยไม่ได้
ซีฉวีจะยอมเป็นประเทศราชและถวายบรรณาการจริงหรือ?
ส่วนอวิ๋นลี่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับลอบยินดี
เรื่องซีฉวีจะยอมเป็นประเทศราชและถวายบรรณาการนั้น กู้ซิวกล่าวกับฮ่องเต้เหวินอย่างคลุมเครืออยู่บ้าง แต่กลับให้คำตอบที่แน่ชัดกับอวิ๋นลี่
หากซีฉวียอมเป็นประเทศราชของต้าเฉียน ต้าเฉียนก็จะได้ประเทศราชที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ที่สำคัญ เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เขาผู้เป็นรัชทายาทสำเร็จราชการแทนพระองค์!
และนี่ก็คือผลงานของเขา!
หากเรื่องนี้สำเร็จ บารมีของเขาในฐานะรัชทายาทย่อมเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก!
ภายหน้าอยากรู้นักว่าใครยังกล้าพูดว่าราชสำนักไร้ความสามารถ!
