เมื่อรู้ว่าอวิ๋นเจิงมีเรื่องจะพูดกับเสิ่นลั่วเยี่ยน ทุกคนจึงไม่รบกวนอีก
ฮูหยินเสิ่นช่วยอวิ๋นเจิงวางเด็กไว้ข้างกายเสิ่นลั่วเยี่ยน แล้วพาทุกคนออกจากห้อง
อวิ๋นเจิงเดินไปนั่งข้างเสิ่นลั่วเยี่ยน กุมมือนางไว้แน่น “ขอบคุณสวรรค์ที่คุ้มครอง เจ้าและลูกปลอดภัยดี”
“บอกแล้วว่าไม่ต้องเป็นห่วง”
เสิ่นลั่วเยี่ยนเผยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ก่อนหันไปมองเด็กน้อยข้างกาย “ลองคิดดูแล้วช่างน่าอัศจรรย์นัก เมื่อสองปีก่อน ข้ายังเป็นเหมือนเด็กที่โตไม่เต็มวัยอยู่เลย พริบตาเดียว ข้าก็กลายเป็นมารดาคนแล้ว”
“นั่นสิ!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะได้เป็นบิดาเร็วถึงเพียงนี้”
“เจ้าว่าลูกคนนี้เหมือนเจ้าหรือเหมือนข้า?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนยิ้มบาง เอ่ยถามคำถามที่มารดาแทบทุกคนล้วนอยากรู้
“นี่…”
อวิ๋นเจิงทั้งหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “หน้าตายับย่นเช่นนี้ ข้าจะดูออกได้อย่างไร!”
เขาคิดว่าเด็กแรกเกิดทุกคนคงหน้าตาคล้ายกันหมด
จะบอกว่าคล้ายใครในยามนี้ก็ดูจะเร็วเกินไป
“เอาเข้าจริง ข้าเองก็ดูไม่ออกเหมือนกัน”
เสิ่นลั่วเยี่ยนยิ้มอย่างไร้เดียงสา “แต่ท่านแม่กับคนอื่น ๆ ต่างบอกว่าลูกเหมือนเจ้า! ไม่ปิดบังเจ้า ตอนแรกที่เห็นลูก ข้าเองยังตกใจกับหน้าตายับย่นของเขาเลย! ยังดีที่ท่านแม่กับคนอื่น ๆ บอกว่าเด็กที่เพิ่งคลอดออกมาหลายคนก็เป็นเช่นนี้ พอโตขึ้นก็จะดีเอง”
“ใช่ โตขึ้นก็จะดีเอง”
อวิ๋นเจิงเหลือบมองเด็กข้างกาย แล้วกล่าวต่อ “อย่าเอาลูกไว้ข้างกายเจ้าตลอด ให้แม่นมช่วยดูแลก่อน เจ้าพักฟื้นให้ดี รอร่างกายแข็งแรงแล้วค่อยว่ากัน”
ในจวนอ๋องมีแม่นมถึงสองคน ไม่จำเป็นต้องให้เสิ่นลั่วเยี่ยนเหน็ดเหนื่อย
ใบหน้าเสิ่นลั่วเยี่ยนเปี่ยมด้วยแววรักของมารดา “หากลูกไม่อยู่ข้างกาย ข้าก็พะวงจนไม่เป็นสุข”
