วันถัดมา อวิ๋นเจิงกับเจียเหยาก็นำคนออกเดินทาง
อวิ๋นเจิงร้อนใจอยากกลับติ้งเป่ย จึงพาองครักษ์ติดตามไปเพียง 200 นาย ส่วนกองกำลังใหญ่ที่เหลือให้ตามมาภายหลัง
คนกลุ่มหนึ่งควบม้าห้อตะบึง มุ่งหน้าไปยังติ้งเป่ยอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านด่านเป่ยลู่มาได้ไม่นาน พวกเขาก็พบคนจากติ้งเป่ยที่เดินทางมาส่งข่าว
“กราบทูลท่านอ๋อง พระชายาประสูติเมื่อวานยามบ่าย มารดาและบุตรปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ!”
ผู้มาส่งข่าวรายงานด้วยความตื่นเต้น
เมื่อได้ยินคำรายงาน อวิ๋นเจิงก็ชะงักไปเล็กน้อย
เสิ่นลั่วเยี่ยนคลอดแล้วหรือ?
เจ้าตัวน้อยนี่ เหตุใดถึงรีบร้อนออกมานัก?
อุตส่าห์เร่งรุดกลับมาแทบไม่คิดชีวิต ก็ยังไปไม่ทันอยู่ดี!
เมื่อนึกว่าตนยังกลับมาไม่ทันเห็นหน้าลูกคนแรก อวิ๋นเจิงก็อดผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้
ทว่าเมื่อนึกถึงเสิ่นลั่วเยี่ยนกับลูกที่ปลอดภัย หินก้อนใหญ่ในใจอวิ๋นเจิงก็พลันร่วงลง
“ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋อง!”
เหล่าองครักษ์ต่างพากันกล่าวแสดงความยินดีกับอวิ๋นเจิง
เสิ่นลั่วเยี่ยนให้กำเนิดซื่อจื่อ ย่อมหมายความว่าอ๋องจิ้งเป่ยมีผู้สืบทอดแล้ว!
กล่าวอย่างไม่น่าฟังนัก ต่อให้อวิ๋นเจิงเกิดเหตุไม่คาดฝัน รากฐานที่สร้างไว้ก็ยังมีผู้สืบทอด
สำหรับทุกคนใต้ปกครองของอวิ๋นเจิง นี่เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง
“ขอบใจ ขอบใจ…”
อวิ๋นเจิงยินดีจนเก็บอาการไม่อยู่ ประสานมือขอบคุณทุกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อได้ฟังคำของอวิ๋นเจิง ทุกคนต่างพากันตะลึง
ท่านอ๋องยังกล่าวขอบคุณพวกเขาอีกหรือ?
นี่…เกรงใจเกินไปแล้วกระมัง!
เห็นอวิ๋นเจิงดีใจจนแทบลืมตัว เจียเหยาก็ยิ้มบาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ท่านควรประกาศจัดงานเลี้ยงหลายวัน หรืออภัยโทษให้ผู้กระทำผิดอะไรทำนองนั้น มิใช่กล่าวขอบคุณพวกเขา…”
