/>3Hอวี้โจว เขตตงเฉียว
หานจิ้นกับสวีอวิ๋นเฉิงปลอมตัวเป็นพ่อค้าทั่วไป ออกเดินทางสืบข่าวในเขตตงเฉียวมาหลายวันแล้ว
เรื่องสำนักจันทราชาด ทั้งสองเริ่มได้เบาะแสมาบ้างแล้ว
ผู้ที่น่าสงสัยที่สุดในยามนี้ก็คือสกุลหวังแห่งตงเฉียว!
ทว่าหลักฐานที่พวกเขามีอยู่ยังไม่เพียงพอจะยืนยันได้ว่าเป็นสกุลหวังแห่งตงเฉียวที่ให้การสนับสนุนสำนักจันทราชาดอยู่เบื้องหลัง
หลังจากออกไปสืบข่าวตามเมืองอำเภอใต้ปกครองของตงเฉียวรอบหนึ่ง หานจิ้นกับสวีอวิ๋นเฉิงก็กลับมายังเขตตงเฉียวอีกครั้ง
“บิดาของท่านเป็นถึงเสนาบดีกรมคลัง เชื่อว่าท่านสวีคงเชี่ยวชาญเรื่องตรวจสอบบัญชีไม่น้อยกระมัง?”
ระหว่างทาง หานจิ้นพลันเอ่ยถามสวีอวิ๋นเฉิง
“พอรู้บ้าง พอรู้บ้าง!”
สวีอวิ๋นเฉิงยิ้มอย่างถ่อมตน แล้วถามกลับว่า “เหตุใดท่านผู้บัญชาการหานจึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน? หรือท่านคิดจะตรวจสอบบัญชีของสกุลหวัง?”
ในฐานะบุตรชายคนโตของสวีฉือฝู่ สวีอวิ๋นเฉิงย่อมมีท่าทีหยิ่งผยองอยู่บ้าง
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหานจิ้น สวีอวิ๋นเฉิงกลับไม่กล้าวางอำนาจบาตรใหญ่
หานจิ้นเป็นรองผู้บัญชาการองครักษ์หน้าพระที่นั่ง อีกทั้งยังเป็นคนข้างกายฮ่องเต้เหวิน หากว่ากันถึงภูมิหลังแล้วก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา
ยามนี้หานจิ้นยังเป็นราชทูตหลวง ฐานะจึงสูงกว่าเขาอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนออกเดินทางมายังอวี้โจว สวีฉือฝู่กับรัชทายาทได้กำชับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องผูกมิตรกับหานจิ้นให้ดี และพยายามดึงหานจิ้นมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกตนให้ได้
ด้วยเหตุนี้ สวีอวิ๋นเฉิงจึงปฏิบัติต่อหานจิ้นอย่างสุภาพยิ่ง
“ใช่”
หานจิ้นพยักหน้าเบา ๆ “หลักฐานที่พวกเรามีอยู่ยังยืนยันไม่ได้อย่างเต็มที่ว่าสกุลหวังแห่งตงเฉียวแอบสนับสนุนสำนักจันทราชาด แต่พวกเราก็ออกสืบข่าวมาหลายวันแล้ว กลับยังไม่ได้หลักฐานที่หนักแน่นกว่าเดิม ดังนั้น...”
