ความอัปยศเมื่อห้าปีกว่ายังคงฝังแน่นอยู่ในใจของทหารนาทั้งหลาย
กล่าวได้ว่าทหารนาเหล่านี้ล้วนมีความแค้นกับเป่ยหวน
บัดนี้ เวลาห้าปีกว่าผ่านพ้นไปในพริบตา
ในที่สุดพวกเขาก็ชำระความอัปยศก่อนหน้าด้วยชัยชนะครั้งใหญ่ได้สำเร็จ
เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องกึกก้องจนสะเทือนแก้วหู ในใจอวิ๋นเจิงก็พลุ่งพล่านด้วยความฮึกเหิม
ความรู้สึกขยะแขยงก่อนหน้านี้มลายหายไปนานแล้ว
สิ่งที่เข้ามาแทนคือความฮึกเหิมและตื่นเต้น
วางแผนมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่!
ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังทอดถอนใจ เสิ่นลั่วเยี่ยนก็พุ่งเข้ามากอดเขาไว้แน่น พร้อมตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “พวกเราชนะแล้ว! ข้าแก้แค้นให้ท่านพ่อกับพี่ชายทั้งสองได้แล้ว...”
เสิ่นลั่วเยี่ยนตื่นเต้นจนตะโกนไม่หยุด
แต่ไม่นานอวิ๋นเจิงก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเสิ่นลั่วเยี่ยน
อวิ๋นเจิงค่อย ๆ ดันเสิ่นลั่วเยี่ยนออกเล็กน้อย จึงเห็นว่าดวงตาของนางเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“พอเถิด อย่าร้องไห้เลย”
อวิ๋นเจิงยกมือเปื้อนโลหิตขึ้นเช็ดน้ำตาให้เสิ่นลั่วเยี่ยน “นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ชัยชนะเพียงครั้งเดียว ยังไม่อาจปลอบประโลมดวงวิญญาณของพวกเขาบนสรวงสวรรค์ได้!”
“อืม!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนพยักหน้าอย่างหนักแน่น เสียงสั่นเครือขณะกล่าวว่า “ข้า...เชื่อท่าน!”
“เอาละ ใช้หิมะเช็ดคราบเลือดบนตัวเสียก่อน!”
อวิ๋นเจิงตบไหล่เสิ่นลั่วเยี่ยนเบา ๆ ก่อนสั่งเกาเหอว่า “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป เก็บกวาดสนามรบและตรวจนับผู้บาดเจ็บล้มตาย! ผู้บาดเจ็บให้ส่งกลับค่ายใหญ่เหนือทันที!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เกาเหอรับคำแล้วรีบลงไปถ่ายทอดคำสั่ง
จนกระทั่งฟ้ามืด พวกเขาจึงตรวจนับผลการรบครั้งนี้เสร็จสิ้น
