ในอีกหลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงนำกำลังบุกจู่โจมแนวหลังของกองทัพศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
พวกเขายังคงยึดกฎการรบเช่นเดียวกับครั้งอยู่เป่ยหวน
นอกจากคนชราและเด็กที่สูงไม่ถึงขาม้าแล้ว ล้วนสังหารไม่ละเว้น!
เมื่อพบฝูงแกะหรือฝูงวัวของกองทัพศัตรู ก็สังหารโดยไม่ลังเลเช่นกัน
กำลังพลของศัตรูแทบทั้งหมดถูกส่งไปแนวหน้า แนวหลังจึงว่างเปล่ายิ่งนัก
บางเมืองมีกองกำลังรักษาการณ์ไม่ถึง 500 นายด้วยซ้ำ
หลายเมืองก็หาใช่เมืองที่สมบูรณ์ไม่ แทบจะนับได้เพียงชุมชนแห่งหนึ่งเท่านั้น
ที่เกินคาดที่สุดคือ หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณอาศัยคนเพียงสิบกว่าคนก็ยึดเมืองแห่งหนึ่งได้ ทั้งยังเปิดประตูเมืองให้กองทัพใหญ่ของพวกเขาบุกเข้าไป
กองทัพกว่าหมื่นนายราวกับฝูงตั๊กแตนยาตราผ่าน ทำให้แนวหลังของศัตรูเต็มไปด้วยธารเลือด
ท้ายที่สุด อวิ๋นเจิงแบ่งกองทัพกว่าหมื่นนายออกเป็นสามสาย ให้แต่ละสายออกจู่โจม
คำสั่งที่อวิ๋นเจิงมอบให้พวกเขานั้นเรียบง่ายยิ่ง หากพบเมืองที่ตีได้ก็จงบุก หากพบเมืองใหญ่ก็ให้เลี่ยงไปเสีย อย่างไรเสียแนวหลังของศัตรูก็ว่างเปล่า พวกเขาไม่กล้าออกจากเมืองมารบอยู่แล้ว
ทุกเมืองที่พวกเขายึดได้ ล้วนมีอักษรสีเลือดทิ้งไว้บนกำแพงเมือง
ผู้ใดล่วงล้ำต้าเฉียน แม้ไกลเพียงใดก็ต้องถูกกำจัด!
นอกจากนี้ อวิ๋นเจิงยังให้คนปล่อยข่าวออกไปว่าพวกเขามีกองทัพหนึ่งแสนนาย
หลังจู่โจมติดต่อกันครบ 7 วัน อวิ๋นเจิงจึงสั่งให้กำลังพลแต่ละสายเริ่มมารวมตัวกับเขา
เมื่อกองทัพมาบรรจบกัน ทุกคนต่างได้ผลประโยชน์กลับมาเต็มมือ
บางคนปล้นทรัพย์สินเงินทองมาได้ไม่น้อย บางคนแขวนอาวุธและเกราะไว้บนหลังม้าจนเต็ม ยังมีบางคนแขวนแกะเป็น ๆ ทั้งตัวไว้บนหลังม้า อวิ๋นเจิงเห็นแล้วกลัวว่าพวกเขาจะทำให้ม้าศึกเหนื่อยตายเสียก่อน
