วันที่สาม อวิ๋นเจิงจัดงานเลี้ยงในจวนอ๋อง เพื่อต้อนรับขุนนางระดับสูงของซั่วเป่ย
หลังงานเลี้ยง อวิ๋นเจิงยังพูดคุยกับพวกเขาเรื่องแผนการด้านต่าง ๆ ของซั่วเป่ยในปีนี้คร่าว ๆ
เนื่องจากทุกคนยังอยู่ในช่วงวันหยุด อวิ๋นเจิงจึงไม่ได้พูดคุยกับพวกเขามากนัก เพียงกล่าวถึงภาพรวมเท่านั้น
วันที่สี่ อวิ๋นเจิงจัดงานเลี้ยงเป็นการส่วนตัวให้แก่อิ่งเอ้อร์และคนอื่น ๆ นับเป็นการฉลองความดีความชอบให้พวกเขา ทั้งยังต้องมอบหมายงานอื่นให้ทำด้วย!
หลังงานเลี้ยงเลิกรา อวิ๋นเจิงจึงเรียกทั้งสิบสามคนไปคุยอีกด้านหนึ่ง แล้วบอกภารกิจที่จะมอบหมายต่อจากนี้
“การสอบคัดเลือกขุนนางฝ่ายบู๊หรือ?”
เมื่อทราบภารกิจของตน ทั้งสิบสามคนก็ได้แต่มองหน้ากันอย่างกลัดกลุ้ม
ต้องแฝงตัวทำภารกิจอีกแล้วหรือ?
“อย่างไร ไม่เต็มใจหรือ?”
อวิ๋นเจิงถามด้วยรอยยิ้ม
อิ่งเอ้อร์ลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ทูลท่านอ๋อง มิใช่ว่าพวกข้าน้อยไม่เต็มใจ เพียงแต่พวกข้าน้อยจะเหมาะกับการสอบคัดเลือกขุนนางฝ่ายบู๊ที่ไหนกันพ่ะย่ะค่ะ?”
ที่จริงอิ่งเอ้อร์อยากเข้าร่วมหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณ
ต่อให้ได้เป็นเพียงกองกำลังสำรองของหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณก็ยังดี
ทันทีที่อิ่งเอ้อร์พูดจบ คนอื่น ๆ ก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว!”
“ข้าน้อยยังอ่านหนังสือไม่ออกสักกี่ตัว จะเข้าร่วมการสอบคัดเลือกขุนนางฝ่ายบู๊ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“ข้าน้อยก็ไม่รู้เรื่องการจัดทัพวางค่ายกลด้วยพ่ะย่ะค่ะ...”
“ยิ่งไปกว่านั้น การสอบคัดเลือกขุนนางฝ่ายบู๊ครั้งนี้ต้องตรวจสอบชาติกำเนิดและภูมิหลังของผู้เข้าสอบอย่างละเอียดแน่...”
ทุกคนต่างเอ่ยถึงสิ่งที่ตนกังวล
