ยามบ่าย อวิ๋นเจิงไปหาจางซวีตามปกติ
เพิ่งมาถึงหน้าประตูเรือนของจางซวี ก็ได้ยินเสียงโกลาหลดังมาจากข้างใน
“ฆ่าคนแล้ว!”
“ช่วยด้วย...”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น อวิ๋นเจิงก็ชะงักไปเล็กน้อย
นี่คล้ายจะเป็นเสียงของจางซวี?
จางซวีเกิดเรื่องขึ้นหรือ?
“เร็วเข้า เข้าไปดู!”
อวิ๋นเจิงรีบเรียกเกาเหอกับคนอื่น ๆ ให้บุกเข้าไปในเรือน
พวกเขาเพิ่งพุ่งเข้าไปถึงลานด้านใน ก็เห็นจางซวีที่หน้าบวมช้ำกำลังวิ่งหนีพลางร้องโหยหวน
แม้จางซวีจะอ้วนมาก แต่ยามหนีเอาชีวิตรอดกลับว่องไวไม่น้อย
“องค์ชายหก ช่วยข้าด้วย!”
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิง จางซวีก็ราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต รีบวิ่งโซเซเข้ามาหา
“จางซวี เจ้าสารเลว! คิดว่าหนีพ้นหรือ?”
เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากด้านหลังจางซวี
จากนั้นก็มีร่างในชุดสีชมพูปรากฏขึ้นด้านหลังจางซวี
นั่นคือ...
เสิ่นลั่วเยี่ยน?
อวิ๋นเจิงชะงักไปเล็กน้อย มองเสิ่นลั่วเยี่ยนที่ถือไม้ไล่ตามจางซวีอย่างตะลึงงัน
เมื่อได้สติ อวิ๋นเจิงก็รีบก้าวเข้าไปขวางระหว่างเสิ่นลั่วเยี่ยนกับจางซวี
“เจ้าทำอะไรกัน?”
อวิ๋นเจิงมองเสิ่นลั่วเยี่ยนอย่างทั้งขบขันทั้งจนใจ
“หลีกไป!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนไม่ไว้หน้าองค์ชายอย่างอวิ๋นเจิงแม้แต่น้อย ทั้งยังชี้ไม้ใส่เขา “รอข้าจัดการเจ้าสารเลวนี่เสร็จ ค่อยคิดบัญชีกับเจ้า!”
“...”
อวิ๋นเจิงได้ยินแล้วก็หน้าดำคร่ำเครียด
ฟังจากน้ำเสียงของนางแล้ว นางคิดจะตีเขาด้วยหรือ?
จางซวีหลบอยู่ด้านหลังอวิ๋นเจิง ร้องโอดครวญว่า “คุณหนูเสิ่น ข้าไปหอฉวินฟางกับองค์ชายหกก็จริง แต่ไม่ได้ทำอะไรเลย! ข้าไปกับองค์ชายหกเพื่อสืบดูความเป็นอยู่ของราษฎร...”
“ยังกล้าพูดอีกหรือว่าพวกเจ้าไม่ได้ทำอะไร?”
