สามหมู่?
เมี่ยวอินได้ยินดังนั้น ก็จ้องกระดาษแผ่นนี้พลางคำนวณเงียบ ๆ
ดูเหมือนจะเป็นสามหมู่จริง ๆ!
เด็กที่โตหน่อยก็น่าจะมองออก
ทว่าเมื่อดูจากสีหน้าของอวิ๋นเจิง คำตอบนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ถูกต้อง
“ถูกต้อง!”
อู๋เต้ากล่าวเรียบ ๆ ว่า “ข้อนี้มีวิธีแก้อย่างไร มองปราดเดียวก็รู้แล้ว”
อวิ๋นเจิงยิ้ม ก่อนหันไปถามอู๋ชิงหยางอีกครั้ง “เจ้าสังเกตได้อย่างไรว่าข้อนี้มีบางอย่างผิดปกติ?”
“ข้าแค่คิดว่า ผู้อาวุโสจางก็ไม่ได้บอกว่าที่ดินสองแปลงนี้รวมกันแล้วจะมีขนาดเท่ากับแปลงปิงเสียหน่อย!”
อู๋ชิงหยางจ้องกระดาษพลางกล่าวว่า “แม้ดูเผิน ๆ แล้วจะเหมือนมีขนาดเท่ากัน แต่สิ่งที่เห็นด้วยตาก็อาจไม่ใช่ความจริง! ข้าจึงลองวัดที่ดินตามนั้น แล้วก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติยิ่งกว่าเดิม...”
“ถูกต้อง! นี่แหละคือปัญหา!”
อวิ๋นเจิงมองอู๋ชิงหยางอย่างชื่นชม “เอาอย่างนี้ เจ้าไปถอนขนยาวจากไก่หรือเป็ดมาให้ข้าสักเส้นเถิด ในเมื่อยามนี้ไม่มีธุระ ข้าจะคำนวณให้เจ้าดูตรงนี้!”
“ได้... ได้!”
อู๋ชิงหยางดีใจยิ่ง รีบวิ่งไปถอนขน
ตอนที่เขาไปเยี่ยมจางหวย เคยได้ยินจางหวยเล่าว่าอวิ๋นเจิงชอบใช้ปากกาขนนก และปากกาขนนกนั้นก็เป็นสิ่งที่อวิ๋นเจิงคิดค้นขึ้นมา
“ท่านอ๋องคิดจริงหรือว่าข้อนี้ยังต้องคำนวณ?”
อู๋เต้ามองอวิ๋นเจิงอย่างคลางแคลง
“แน่นอนว่าต้องคำนวณ!”
อวิ๋นเจิงยิ้ม “ผู้อาวุโสอู๋ ท่านคงเคยได้ยินมาว่าข้าชอบพนันกับผู้อื่น มิสู้เราสองคนพนันกันสักครั้งดีหรือไม่?”
พนัน?
ความคิดของอู๋เต้าพลันแล่นปราด
เรื่องที่อวิ๋นเจิงพนันกับราชครูแห่งแคว้นเป่ยหวนในเมืองหลวงคราวนั้น เลื่องลือไปทั่วใต้หล้านานแล้ว เขาย่อมเคยได้ยินเช่นกัน
