เมื่อเจียเหยาร่ายรำจนจบเพลง เมี่ยวอินก็ใช้กล้องส่องทางไกลมองเห็นอวิ๋นเจิงกำลังโบกมือเรียกพวกนาง
“เฮ้อ...”
เมี่ยวอินถอนหายใจแผ่วเบา ในใจพลันเกิดความฉงนขึ้นมาอีกครั้ง
แปลกนัก อวิ๋นเจิงรู้ได้อย่างไรว่าพวกนางอยู่ที่นี่?
หรือว่าอวิ๋นเจิงสัมผัสได้ว่าพวกนางมาถึงแล้ว?
เหลวไหล!
หากอวิ๋นเจิงมีญาณสัมผัสจริง เหตุใดสองวันก่อนถึงไม่รู้ว่าพวกนางมาแล้วเล่า?
แม้จะข้องใจ แต่เมี่ยวอินก็ยังพาคนออกมาจากที่ซ่อน
เมื่อพวกนางเดินเข้ามาใกล้ เจียเหยาก็มองเห็นเงาของพวกนางเช่นกัน
คนของพวกนางตามมาจนพบแล้วจริง ๆ!
ตามปกตินางควรจะดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าเมื่อเห็นเงาร่างเหล่านั้น ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างยิ่ง
แม้จะรู้ว่าความฝันอันงดงามย่อมมีวันตื่น แต่นางก็ยังอาลัยทุกสิ่งในความฝัน
ต่อให้ได้จมอยู่ในความฝันเพิ่มอีกสักเค่อก็ยังดี
เจียเหยามองอวิ๋นเจิงเงียบ ๆ แวบหนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปยังที่พักพิง หยิบหมวกเกราะแล้วมุ่งหน้าไปริมแม่น้ำ
เจียเหยาตักน้ำจากแม่น้ำมารดดอกซานตานสองต้นที่พวกนางปลูกด้วยมือเป็นครั้งสุดท้าย
นางหลอกอวิ๋นเจิง
ความจริงแล้วนางรู้ว่าดอกไม้นี้ชื่ออะไร
เมื่อเมี่ยวอินพาคนมาถึง เจียเหยาก็รดน้ำดอกไม้ทั้งสองต้นเสร็จแล้ว ทว่ายังคงอดมองถ้ำหินตรงหน้าไม่ได้
สถานที่แห่งนี้เก็บรักษาความทรงจำที่งดงามที่สุดและโหดร้ายที่สุดของนางเอาไว้
ในที่สุด เมี่ยวอินก็พาคนมาถึง
“ท่านอ๋อง!”
“องค์หญิง!”
แม้ยังอยู่ห่างออกไปราวยี่สิบจั้ง ทุกคนก็ส่งเสียงเรียกอย่างตื่นเต้น
