หลายวันต่อมา พายุคลั่งนอกฤดูกาลพัดถล่มทั่วทั้งจวิ้นซื่อฟาง
ตลอดทั้งคืน ด้านนอกมีแต่เสียงลมหวีดหวิวประหนึ่งภูตผีร่ำไห้ หมาป่าหอนโหยหวน อวิ๋นเจิงถึงกับรู้สึกว่าหลังคาที่ทำการอาจถูกพัดปลิวไปได้ทุกเมื่อ
“สถานการณ์เช่นนี้ไม่ชอบมาพากลแล้ว!”
อวิ๋นเจิงเดินไปถึงประตูด้วยสีหน้ากังวล สัมผัสกระแสลมแรงที่โหมกระหน่ำเข้ามา “บัดซบเอ๊ย คงไม่เกิดพายุฝนกระหน่ำในยามนี้หรอกกระมัง?”
“ท่านกำลังกังวลเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งหว่านลงไปหรือ?”
เย่จื่อขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“อืม”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ “เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเพิ่งหว่านได้ไม่นาน หากเกิดฝนตกหนักในยามนี้ เกรงว่าเมล็ดพันธุ์คงถูกน้ำพัดพาไปหมด...”
เมล็ดพันธุ์เหล่านี้แลกมาด้วยชีวิตผู้คนนับพัน!
หากถูกน้ำพัดไป พวกเขาจะมีหน้าไปพบคนเหล่านั้นได้อย่างไร?
“ท่านอย่ากังวลเกินไป”
เย่จื่อปลอบโยน “ช่วงฤดูกาลนี้ ฟู่โจวรวมถึงทั่วทั้งต้าเฉียนจะมีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ทว่าฝนตกหนักยังพบได้ไม่บ่อย อีกทั้งฟู่โจวฝนน้อย โอกาสเกิดพายุฝนกระหน่ำในฤดูกาลนี้ยิ่งน้อยลงไปอีก”
“ไม่กลัวหมื่นครั้ง กลัวเพียงครั้งเดียวที่พลาด!”
อวิ๋นเจิงขมวดคิ้วแน่น ไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนตวาดเสียงดัง “คนมา!”
เมื่อได้ยินคำสั่งของอวิ๋นเจิง ทหารองครักษ์คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาทันที
อวิ๋นเจิงสั่งเสียงดัง “ถ่ายทอดคำสั่งถึงชวีจื้อ ให้ขุดคูและสร้างคันดินรอบนาพระราชทานที่หว่านเมล็ดพันธุ์ซึ่งนำกลับมาจากทะเล ระวังอย่าให้น้ำหลากพัดทำลายนาพระราชทาน!”
“สั่งเจ้าเมืองจวิ้นฉางเล่อให้เตรียมกระสอบและสิ่งของรับมือน้ำท่วมโดยพลัน แล้วส่งไปยังนาพระราชทานให้เร็วที่สุด!”
