“พี่สาม พี่สาม...”
อวิ๋นเจิงควบม้าไปหาอวิ๋นลี่
เมื่อเข้าใกล้อวิ๋นลี่ เขาก็รีบลงจากม้า ใบหน้าเปี่ยมความตื่นเต้นขณะมองอวิ๋นลี่ “พี่สามออกมารับน้องถึงนอกเมืองสิบลี้ ช่างทำให้น้องซาบซึ้งใจยิ่งนัก...”
อวิ๋นเจิงตื่นเต้นจริง ๆ
ในที่สุดก็ได้พบพี่สามเสียที!
ไม่ได้พบกันนานถึงเพียงนี้ เขาคิดถึงพี่สามอยู่บ้างจริง ๆ
เอาเถิด!
ดาบใหญ่ของข้าหิวกระหายจนแทบทนไม่ไหวแล้ว!
“น้องหกกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร?”
อวิ๋นลี่กุมมืออวิ๋นเจิงแน่น “น้องหกออกรบเพื่อแผ่นดิน เป็นผู้มีคุณูปการต่อแคว้นต้าเฉียน อย่าว่าแต่ออกไปรับถึงนอกเมืองสิบลี้เลย ต่อให้ออกไปรับถึงร้อยลี้ก็สมควรแล้ว!”
“ขอบคุณพี่สาม!”
อวิ๋นเจิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนถามด้วยความห่วงใย “พี่สาม ผอมลงแล้ว...”
ผอมลงหรือ?
พอได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจิง อวิ๋นลี่ก็อดก่นด่าในใจไม่ได้
ไอ้สารเลว!
ข้าผอมลงเพราะเหตุใด เจ้าไม่รู้หรือ?
ไม่ใช่เพราะไอ้สารเลวอย่างเจ้าหรอกหรือ?
อวิ๋นลี่ก่นด่าในใจไม่หยุด พลางตบมืออวิ๋นเจิงเบา ๆ “น้องหกก็ดำขึ้นบ้างเช่นกัน”
อวิ๋นเจิงหัวเราะเบา ๆ “น้องนำทัพอยู่ข้างนอกตลอดทั้งปี ย่อมเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”
ระหว่างที่ทั้งสองสนทนากัน เหล่าขุนนางทั้งเล็กและใหญ่ต่างพากันเข้ามาคารวะอวิ๋นเจิง เสียงทักทายดังระงม
“ใต้เท้าทั้งหลายไม่ต้องมากพิธี”
อวิ๋นเจิงโบกมืออย่างเป็นกันเอง “ขอบคุณใต้เท้าทั้งหลายที่ติดตามพี่สามมารับข้า”
“เอาละ เรื่องเหล่านี้ค่อยว่ากันทีหลัง” อวิ๋นลี่พยายามประคองรอยยิ้ม “น้องหก พวกเราเข้าเมืองกันก่อนเถิด เสด็จพ่อยังรอพวกเราอยู่ในเมือง เจ้าขึ้นรถม้าของพี่สามไปก่อน พี่สามจะไปทักทายองค์หญิงเจียเหยากับคนในขบวนส่งตัวเจ้าสาวของเป่ยหวนสักหน่อย”
กล่าวจบ อวิ๋นลี่ก็ชี้ไปยังรถม้าของตน
