สองวันถัดมา พวกเขาพักอาศัยอยู่ในหุบเขาร้อยบุปผาเป็นการชั่วคราว
ถือเสียว่าได้สัมผัสบรรยากาศการตั้งค่ายกลางป่าล่วงหน้า
ถ้ำบนเขาแห่งเดิมกลายเป็น “จวนอ๋อง” ของอวิ๋นเจิงไปแล้ว
หลังจากอวิ๋นเจิงยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเสิ่นลั่วเยี่ยน ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ดีขึ้นไม่น้อย
จับมือ โอบเอว หรือเรื่องทำนองนี้ ล้วนไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป
ทว่าเมื่อใดที่อวิ๋นเจิงคิดจะรุกคืบไปอีกขั้น เสิ่นลั่วเยี่ยนก็จะปัดมือซุกซนของเขาออก ทำเอาอวิ๋นเจิงรู้สึกขุ่นข้องอยู่บ้าง
ระหว่างรอฮูหยินเสิ่นกับคนอื่น ๆ อยู่ในหุบเขาร้อยบุปผา ทุกคนก็ได้พักฟื้นกันไปด้วย
ระหว่างนั้น เย่จื่อพาคนมุ่งหน้าไปยังเมืองหลินผิง เพื่อจัดหาสิ่งของจำเป็นมาเพิ่มเติมไม่น้อย
ตั๋วเงินที่พวกเขาถืออยู่ก็ถูกนำไปแลกเป็นเงินจำนวนมากที่เมืองหลินผิง
บัดนี้เรียกได้ว่าทุกอย่างพร้อมสรรพ เหลือเพียงรอฮูหยินเสิ่นกับคนอื่น ๆ มาถึง พวกเขาก็จะออกเดินทางได้อีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น ตั้งแต่เช้าตรู่พวกเขาก็เฝ้ารอฮูหยินเสิ่นกับคนอื่น ๆ
ทว่าเฝ้ารอตั้งแต่เช้าจนบ่าย ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของฮูหยินเสิ่นกับพวก
“ชักไม่ชอบมาพากลแล้ว!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนขมวดคิ้ว “ตามเหตุผลแล้ว วันนี้ท่านแม่กับคนอื่น ๆ น่าจะมาถึงได้แล้วมิใช่หรือ?”
นับรวมวันนี้ พวกเขาล่าช้าไปเกือบห้าวันแล้ว
คนของจวนสกุลเสิ่นออกเดินทางช้ากว่าพวกเขาเพียงสองวันเท่านั้น
คนของจวนสกุลเสิ่นมิได้เดินเท้ามาที่นี่เสียหน่อย!
สามวันก็น่าจะตามทันพวกเขาแล้ว!
“บางทีระหว่างทางอาจมีเรื่องให้ล่าช้าก็ได้”
อวิ๋นเจิงปลอบว่า “รอดูอีกสักหน่อยเถิด หากพรุ่งนี้พวกเขายังมาไม่ถึง พวกเราจะส่งคนย้อนกลับไปตามหา”
