แม้ทุกคนจะคิดห้ามปราม แต่ก็ไม่อาจขัดขวางได้
ไม่นาน ซินเซิงก็จุดธูปขึ้น
ปันปู้หลบไปเขียนคำตอบอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนองครักษ์ของเขายังคงเฝ้าจับตาอยู่ข้าง ๆ ราวกับกลัวว่าจะมีใครเข้ามาแอบดูคำตอบ
อวิ๋นเจิงยิ้มบาง ๆ ก่อนหยิบปากกาขนนกออกมาเอง ท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของทุกคน เขาเริ่มคำนวณ
เย่จื่อมองปากกาขนนกในมืออวิ๋นเจิงอย่างประหลาดใจ ก่อนขยับเข้าไปใกล้เขา มองดูเขาแก้โจทย์ด้วยความสงสัยใคร่รู้
ตัว X ตัว Y อะไรพวกนั้น เย่จื่อไม่เข้าใจเลยสักนิด
นางเห็นเพียงอวิ๋นเจิงเขียนอย่างรวดเร็ว
y=(100-5x)/3
ไม่นาน อวิ๋นเจิงก็เขียนสมการเสร็จ
จากนั้นก็แทนค่าลงไป
แทนค่าตั้งแต่หนึ่งถึงยี่สิบไล่ไปทีละตัวก็พอ
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที อวิ๋นเจิงก็ได้คำตอบมาหกข้อ
เมื่อเห็นคำตอบทั้งหกของอวิ๋นเจิง เย่จื่อก็เข้าใจขึ้นมาทันที
มิน่าปันปู้ถึงมั่นใจเต็มเปี่ยม ที่แท้ก็มีคำตอบมากมายถึงเพียงนี้
สมกับเป็นราชครูแห่งเป่ยหวน วางแผนมาได้แยบยลจริง ๆ!
ขณะที่เย่จื่อกำลังตรวจคำตอบเหล่านั้นในใจทีละข้อ อวิ๋นเจิงก็วางปากกาขนนกลงแล้วกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ราชครู พวกเราเฉลยคำตอบกันได้แล้ว!”
ยามนี้ธูปเพิ่งไหม้ไปได้ไม่ถึงครึ่ง
ปันปู้ประหลาดใจ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมา
คำนวณคำตอบได้เร็วเพียงนี้เชียวหรือ?
ปันปู้ชะงักไปเล็กน้อย แล้วจึงยิ้มกล่าวว่า “องค์ชายหก ธูปดอกนี้เพิ่งไหม้ไปไม่ถึงครึ่ง ท่านแน่ใจหรือว่าจะไม่คำนวณต่ออีกสักหน่อย? ข้าเฒ่าไม่อยากชนะอย่างไม่สมศักดิ์ศรี”
“ไม่จำเป็น”
