มีเรื่องอันใดหรือ?
อวิ๋นเจิงมองเจียเหยาอย่างประหลาดใจ
“เรื่องอันใด?”
ในยามนี้นางยังมีเรื่องใดจะพูดกับเขาอีกหรือ?
เจียเหยากล่าวว่า “อู้เลี่ยพี่ชายของข้า หรือก็คือองค์ชายแห่งเป่ยหวน ก็สิ้นชีพอยู่ในหุบเขามรณะเช่นกัน”
“แล้วอย่างไร?” อวิ๋นเจิงถามอย่างไม่เข้าใจ “เจ้าบอกข้าเรื่องนี้ทำไม หรือคิดจะข่มขู่ข้า บอกว่าจะสับข้าเป็นหมื่นชิ้นเพื่อแก้แค้นให้พี่ชายของเจ้า?”
ตายก็ตายไปสิ!
พี่ชายของนางตาย บิดาภรรยากับพี่ชายของภรรยาเขาก็ตายเช่นกัน!
เขายังไม่ได้คิดบัญชีกับนางเลยด้วยซ้ำ!
หืม?
ประเดี๋ยวก่อน!
บิดาภรรยากับพี่ชายของภรรยาหรือ?
อวิ๋นเจิงพลันสะดุ้งวาบ แล้วเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดเสิ่นลั่วเยี่ยนจึงร้องไห้
คงเป็นเสิ่นลั่วเยี่ยนที่ถามเจียเหยา ถึงเหตุการณ์โดยละเอียดที่บิดาและพี่ชายของนางพลีชีพ
นอกจากเรื่องนี้แล้ว ดูเหมือนไม่มีเรื่องใดในยามนี้ที่จะทำให้เสิ่นลั่วเยี่ยนร้องไห้หนักถึงเพียงนี้
มิน่าเล่าเมี่ยวอินจึงส่งสัญญาณห้ามเขาถาม!
เฮ้อ!
เรื่องก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ไยต้องถามให้ได้ความอีก?
ถามไปมิเท่ากับเพิ่มความเศร้าใจหรอกหรือ?
“ข้าไม่ได้ไร้สาระถึงเพียงนั้น”
เจียเหยากล่าวเสียงเรียบ “พูดตามตรง ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับพี่ชายต่างมารดาผู้นั้นไม่ใคร่ดีนัก เมื่อเขาตายในหุบเขามรณะ ข้าจึงมิได้เสียใจมากมาย”
อู้เลี่ยเป็นองค์ชายใหญ่
ส่วนนางเป็นองค์หญิงที่ต้าฉานอวี๋โปรดปรานที่สุด
อู้เลี่ยอิจฉาที่พระบิดาทรงโปรดปรานนางอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ดีนัก ถึงขั้นค่อนข้างตึงเครียด
ยังดีที่นางเกิดเป็นสตรี
หากนางเกิดเป็นบุรุษ ทั้งยังได้รับความโปรดปรานจากพระบิดาถึงเพียงนี้ อู้เลี่ยคงลงมือกำจัดนางไปนานแล้ว
