อวิ๋นลี่ระเบิดโทสะใส่ฮ่องเต้เหวินอย่างไม่ยั้ง
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกสะท้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย
การไม่ต้องคอยพูดจาอ่อนน้อมกับฮ่องเต้เหวิน ไม่ต้องเสแสร้งทำท่าทีว่านอบน้อม ช่างสบายใจยิ่งนัก
ที่แท้ตนก็สามารถทำตามใจได้เช่นนี้!
ไม่สิ!
นี่ไม่ใช่การทำตามใจ!
เขาเพียงได้เป็นตัวของตัวเอง!
จะเสแสร้งก็ดี จะระบายอารมณ์ก็ตามที!
ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เขาเก็บงำไว้ในใจจริง ๆ
เมื่อเดาได้ว่าฮ่องเต้เหวินคิดจะชิงตำแหน่งรัชทายาทไปจากเขา เขาก็ถามตัวเองถึงปัญหาเหล่านี้นับครั้งไม่ถ้วน
ทว่าปัญหาเหล่านี้กลับไม่มีคำตอบเลยสักข้อ
บางที สำหรับเขาแล้ว คงไม่มีคำตอบอยู่แต่แรก
คำตอบที่แท้จริง มีเพียงถามฮ่องเต้ตรงหน้าผู้นี้เท่านั้น!
เมื่อเผชิญหน้ากับอวิ๋นลี่ที่ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ ฮ่องเต้เหวินกลับไม่กริ้ว เพียงถามกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “เจ้าคิดจริงหรือว่าความสามารถในการปกครองแผ่นดินของน้องหกสู้เจ้าไม่ได้?”
“แน่นอนว่าเขาสู้ข้าไม่ได้!”
อวิ๋นลี่กำลังจะพูดต่อ แต่พลันนึกขึ้นได้ว่าตนควรไอ จึงรีบยกมือกุมอก ไอสองสามครั้งแล้วแสดงท่าทางอ่อนแรง
ทว่าอวิ๋นลี่แสดงละครเกินจำเป็นอย่างเห็นได้ชัด
ฮ่องเต้เหวินในยามนี้ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้นแม้แต่น้อย
มองอวิ๋นลี่ที่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ยอมรับ ฮ่องเต้เหวินอดถามกลับไม่ได้ว่า “คนที่เจ้าส่งไปซั่วเป่ยไม่ได้บอกหรือว่าซั่วเป่ยเป็นเช่นไร? พวกเขาไม่ได้บอกเจ้าหรือว่าราษฎรซั่วเป่ยใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและทำมาหากินได้อย่างไร?”
“ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขหรือ?”
ใบหน้าอวิ๋นลี่เต็มไปด้วยความดูแคลน “หากไม่มีเงินและเสบียงที่ข้ามอบให้ ราษฎรซั่วเป่ยจะยังใช้ชีวิตสงบสุขได้หรือ? หากเจ้าไม่ช่วยเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซั่วเป่ยคงอดอยากจนผู้คนล้มตายไปนานแล้ว!”
