เมื่อได้ฟังคำพูดของฉินชีหู่ อวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินต่างสะดุ้งใจพร้อมกัน
ในที่สุดก็มาแล้วสินะ?
รู้อยู่แล้วว่าฉินชีหู่ต้องถามเรื่องนี้เข้าสักวัน
“ท่านคงไม่ได้คิดจะถามว่าข้าจะก่อกบฏหรือ?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถามฉินชีหู่อย่างสงบนิ่ง
“ใช่!”
ฉินชีหู่ไม่อ้อมค้อม “อวิ๋นเจิง ท่านก็นับว่ามีทั้งบุ๋นและบู๊ใช่หรือไม่? หากกล่าวถึงกลยุทธ์ แม่ทัพเฒ่าอย่างแม่ทัพตู๋กูก็ยังสู้ท่านไม่ได้ แต่ท่านกลับแสร้งทำเป็นคนไร้ความสามารถอยู่ในเมืองหลวง ทั้งยังดึงดันมาบัญชาการทัพที่ซั่วเป่ย คิดอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผล!”
ฉินชีหู่เป็นคนตรงไปตรงมา แต่หาใช่คนโง่เขลา
ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ตอนประลองยุทธ์ที่สวนหนานหยวนในคราวนั้น แผนพิสดารทั้งหลายต้องเป็นฝีมืออวิ๋นเจิงแน่นอน!
หาได้เกี่ยวข้องกับตู้กุยหยวนและเสิ่นลั่วเยี่ยนแม้แต่น้อย!
อวิ๋นเจิงปกปิดเรื่องราวเสียมิดชิดเช่นนี้ หากจะบอกว่าเขาไม่มีใจคิดคด ฉินชีหู่ยอมตายก็ไม่เชื่อ!
บัดนี้เขาเพียงต้องการคำตอบจากอวิ๋นเจิง!
คำตอบที่แน่ชัด!
“หากข้าบอกว่าไม่คิดก่อกบฏ ท่านเชื่อหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงถามพลางยิ้มบาง
“เชื่อ!”
ฉินชีหู่พยักหน้าโดยไม่ต้องคิด
“หา?”
คำตอบนั้นทำเอาอวิ๋นเจิงงุนงง “ท่านเชื่อข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ตราบใดที่ท่านบอกว่าไม่คิดก่อกบฏ ข้าก็เชื่อ!” ฉินชีหู่ตอบอย่างจริงจัง
“เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณพี่ฉินที่เชื่อใจข้าแล้ว!”
อวิ๋นเจิงมองฉินชีหู่อย่างซาบซึ้ง ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ข้าไม่เคยคิดก่อกบฏ ที่ดั้นด้นมาซั่วเป่ยก็เพื่อกุมอำนาจทหารไว้ป้องกันตนเอง!”
ฉินชีหู่ขมวดคิ้ว “ท่านคิดว่าอวิ๋นลี่เจ้าคนโง่นั่นจะไม่ยอมปล่อยท่านไปใช่หรือไม่?”
