ณ ท้องพระโรง ฮ่องเต้เหวินประทับนั่งอยู่ตรงนั้น พระพักตร์เขียวคล้ำ
ในพระหัตถ์ยังทรงถือจดหมายที่ฉินลิ่วก่านเขียนด้วยตนเอง
ลายมือนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของฉินลิ่วก่าน!
ด่านเป่ยลู่ปิดด่านแล้ว!
ฉินลิ่วก่านนำกำลังมุ่งหน้าไปซั่วเป่ยโดยไม่หยุดพัก แต่กลับผ่านด่านเป่ยลู่ไปไม่ได้
แม่ทัพผู้รักษาด่านเป่ยลู่มิใช่หยวนฉงอีกต่อไปแล้ว!
เปลี่ยนเป็นจั่วเริ่นแทน!
จั่วเริ่นสั่งให้คนตั้งป้ายใหญ่ไว้นอกด่านเป่ยลู่ ระบุว่าด่านเป่ยลู่ปิดเป็นเวลาหนึ่งเดือน!
ฉินลิ่วก่านยืนด่าทออยู่นอกด่านเป่ยลู่ครึ่งชั่วยาม จั่วเริ่นจึงสั่งให้คนเปิดทางให้ฉินลิ่วก่านเข้าด่าน
ทว่าอนุญาตให้ฉินลิ่วก่านเข้าด่านเพียงคนเดียว!
คนที่ฉินลิ่วก่านพามาด้วยไม่มีใครเข้าไปได้แม้แต่คนเดียว
ผ่านไปครึ่งวัน ฉินลิ่วก่านจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้คนส่งกลับเมืองหลวง
ในจดหมาย ฉินลิ่วก่านแจ้งสาเหตุที่ด่านเป่ยลู่ปิดด่านให้ฮ่องเต้เหวินทราบด้วย
เหล่าลิ่วไม่ตาย!
เสิ่นลั่วเยี่ยน ฉินชีหู่ และตู๋กูเช่อก็ไม่ตายเช่นกัน!
พวกเขาใช้แผนของอวิ๋นเจิง แบ่งกำลังออกเป็นสองสาย สายหนึ่งอยู่ใต้การนำของตู๋กูเช่อ หลังสังหารทหารใต้บังคับบัญชาของอาลู่ไถ อ๋องเซียนซ้ายแห่งเป่ยหวนไปกว่าสองหมื่นนาย ก็ฝ่าวงล้อมออกไปทางด้านหน้า
อีกสายหนึ่งอยู่ใต้การนำของอวิ๋นเจิงและฉินชีหู่ มุ่งฝ่าวงล้อมไปทางเว่ยเปียน ไม่เพียงเผาเสบียงและกระโจมของกองทัพศัตรูไปเป็นจำนวนมาก ยังบุกโจมตีสองชนเผ่าที่เว่ยเปียนและเป่ยหวนติดต่อกัน สังหารชาวเป่ยหวนหลายพันคน ทั้งยังยึดม้าได้เกือบหมื่นตัวและวัวแพะอีกกว่าสามหมื่นตัว สุดท้ายจึงกลับซั่วฟางผ่านหุบเขาเลี่ยเฟิง
กองทัพที่กู้เปียนมีอยู่กว่าสี่หมื่นนาย ผู้ที่ฝ่าวงล้อมออกมาได้สำเร็จมีประมาณสามหมื่นนาย
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข่าวดี!
ทว่าเนื้อหาช่วงท้ายของจดหมายกลับมีแต่ข่าวร้าย
สาเหตุที่ทหารกว่าสี่หมื่นนายแห่งกู้เปียนถูกล้อมไว้ เป็นเพราะพี่น้องเว่ยเหวินจงทรยศไปเข้ากับศัตรู!
