หลังมอบหมายภารกิจป้องกันทุ่งราบซัวเล่อให้ถงกังกับฟู่เทียนเหยี่ยนแล้ว อวิ๋นเจิงก็นำกองทหารองครักษ์ 700 นายคุมเชลยศึกจากฉิวฉือและแคว้นต้าเยวี่ย 200 คน มุ่งหน้าไปสมทบกับชวีจื้อและพวก
คนฝึกเหยี่ยวของเป่ยหวนหลายคนก็ติดตามเขาไปด้วย
ขณะนี้ กองทัพศัตรูทางทุ่งราบซัวเล่อมิอาจก่อคลื่นลมได้อีกแล้ว
แม้เขาจะแบ่งกำลังบางส่วนไปช่วยทางตู๋กูเช่อ แต่คนที่เหลือก็น่าจะรักษาแนวป้องกันไว้ได้
จากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นทางช่องเขาเทียนฉยงหรือทางอวี๋ซื่อจง ขอเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับชัยชนะ สงครามครั้งนี้ก็แทบไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นยามนี้ การยึดด่านเทียนฉยงก็ยังเป็นเรื่องยากยิ่ง
ด่านที่ตั้งอยู่บนชัยภูมิอันได้เปรียบเช่นนี้ ต่อให้ส่งทหารเพียง 5,000 นายไปป้องกัน พวกเขาก็แทบไม่มีทางบุกยึดได้ด้วยกำลัง
วิธีที่ดีที่สุดยังคงเป็นการตีฝ่าแนวป้องกันที่ศัตรูตั้งไว้ ณ ทุ่งราบซัวเล่อ แล้วบุกจู่โจมอย่างรวดเร็ว อ้อมไปด้านหลังด่านเทียนฉยง ตัดเสบียงเพื่อบีบให้ทหารรักษาด่านออกมารบหรือยอมจำนน
ทว่าพวกเขาเพิ่งผ่านศึกนองเลือดมา แต่ละกองจำต้องพักฟื้น อีกทั้งต้องใช้เวลาจัดการเชลยที่เพิ่งจับมา ชั่วระยะสั้นจึงยังเปิดฉากโจมตีไม่ได้
หนึ่งวันให้หลัง อวิ๋นเจิงก็สมทบกับกองกำลังของชวีจื้อ
“คารวะท่านอ๋อง คารวะฮูหยินเมี่ยวอิน!”
เมื่อทราบว่าอวิ๋นเจิงนำทัพมาถึง ชวีจื้อก็รีบนำคนออกมาต้อนรับ
“อยู่ในสนามรบ ไม่ต้องมากพิธี”
อวิ๋นเจิงส่งสัญญาณให้ชวีจื้อไม่ต้องคำนับ แล้วถามว่า“ตรวจสอบสถานการณ์ทางเป่ยหวนแล้วหรือยัง?”
