เว่ยเหวินจงส่งคนมาถ่ายทอดคำสั่ง ให้อวิ๋นเจิงเดินทางไปยังติ้งเป่ยเพื่อหารือโดยทันที และต้องไปถึงก่อนฟ้ามืด
อวิ๋นเจิงไม่รู้ว่าเว่ยเหวินจงมีธุระอันใด จึงเตรียมตัวเล็กน้อย ก่อนนำคนมุ่งหน้าไปยังติ้งเป่ย
ติ้งเป่ยอยู่ห่างจากซั่วฟางราว 300 ลี้
คณะเดินทางควบม้าเต็มกำลัง ในที่สุดก็มาถึงติ้งเป่ยก่อนฟ้ามืด
อวิ๋นเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนยังดื่มน้ำไม่ทันสักอึก ก็ถูกพาเข้าไปในห้องประชุม
ยามนี้ เหล่าแม่ทัพของกองทัพเป่ยฝู่มาถึงกันเกือบครบแล้ว
อวิ๋นเจิงเห็นฉินชีหู่อยู่ท่ามกลางฝูงชนด้วย
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มให้ ถือเป็นการทักทาย
ทว่าอวิ๋นเจิงกลับไม่เห็นเงาเซียวติ้งอู่
ไม่รู้ว่าเซียวติ้งอู่ยังมาไม่ถึง หรือไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการหารือ
เมื่อเห็นอวิ๋นเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนสวมเกราะชุบทองเดินเข้ามา สีหน้าเว่ยเหวินจงก็เผยแววไม่พอใจขึ้นมาแวบหนึ่ง
เกราะชุบทองใช่ว่าใครจะสวมใส่ได้!
อวิ๋นเจิงเป็นเพียงแม่ทัพขั้นสี่ ส่วนเสิ่นลั่วเยี่ยนยิ่งไม่มีทั้งตำแหน่งและยศ
ทั้งสองสวมเกราะชุบทองมาหารือ ย่อมมีเจตนาใช้ฐานะอ๋องกับพระชายามาข่มคนอยู่บ้าง
แต่เว่ยเหวินจงรู้ว่าเกราะนี้เป็นของพระราชทานจากฮ่องเต้เหวิน ต่อให้ไม่พอใจอยู่ในใจก็ไม่เอ่ยออกมา
“ในเมื่อท่านอ๋องกับพระชายามาถึงแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มหารือกันเถิด!”
เว่ยเหวินจงเก็บซ่อนความไม่พอใจ ก่อนกล่าวเสียงเข้ม “ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกไปให้หมด!”
เมื่อเว่ยเหวินจงออกคำสั่ง ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็พากันออกไปจนหมด
ภายในห้องเหลือเพียงแม่ทัพใหญ่เล็กประมาณยี่สิบคน
เว่ยเหวินจงลุกขึ้น เดินไปยืนหน้าที่แขวนแผนที่ซั่วเป่ยผืนใหญ่ไว้ในห้องประชุม แล้วใช้ไม้ยาวชี้ไปยังแผนที่ พลางกล่าวเสียงขรึม “เมื่อวานนี้ หน่วยลาดตระเวนของเราพบว่าทหารม้าเป่ยหวนอีกฟากของแม่น้ำไป๋สุ่ยมีความเคลื่อนไหว ดูคล้ายกำลังรวมพลบริเวณกู้เปียน...”
