เมื่อได้ฟังคำพูดของสวีฉือฝู่ อวิ๋นลี่ก็อดนิ่งเงียบไปไม่ได้
จริงด้วย!
เสด็จพ่อทรงคิดอ่านรอบคอบเพียงใด!
ตนถูกพระองค์หลอกใช้ราวกับคนโง่มาหลายปี ทั้งยังซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
ใช่ว่าเขาไม่เคยระแวงถังซู่กับเซียวว่านโฉว ทว่าคนทั้งสองต่างใช้วิธีการสารพัดขจัดความระแวงของเขาไปได้
ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งเขาเคยใช้ถังซู่คอยขัดขวางสวีฉือฝู่
เมื่อคิดดูยามนี้ เขาก็รู้สึกว่าตนช่างโง่เขลานัก
เขาถูกฮ่องเต้เหวินปั่นหัวอยู่ในกำมือ ทว่ากลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
หากเขาล่วงรู้เจตนาของฮ่องเต้เหวินเร็วกว่านี้ อาศัยช่วงที่ฮ่องเต้เหวินเสด็จตรวจราชการ ณ จวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ หรือเสด็จไปประกอบพิธีเฟิงซ้านที่ภูเขาจี้ซาน แล้วเข้าควบคุมราชสำนักโดยตรง บางทีบัดนี้เขาคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเช่นนี้
เพียะ!
อวิ๋นลี่ตบหน้าตนเองโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
สวีฉือฝู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบเอ่ยปลอบว่า “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว องค์ชายเสียพระทัยไปก็ไร้ประโยชน์!”
“อีกทั้งฝีมือของฝ่าบาทยังล้ำเลิศเกินกว่าพวกเราจะเทียบได้!”
“เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือกำหนดแผนรับมือให้เร็วที่สุด”
“เกรงว่าเวลาที่เหลือให้พวกเราจะมีไม่มากแล้ว...”
บัดนี้ฮ่องเต้เหวินส่งกองทัพเรือไปให้อวิ๋นเจิงแล้ว!
อีกทั้งฮ่องเต้เหวินยังกลับมาว่าราชการด้วยพระองค์เอง!
นี่เป็นสัญญาณล่วงหน้าว่าพระองค์จะเปิดหน้าเผชิญกับพวกเขาแล้ว!
หากพวกเขายังไม่ต่อต้าน ก็มีแต่ต้องรอความตายเท่านั้น
“ข้ารู้”
อวิ๋นลี่พยักหน้าเบาๆ “ข้าสั่งการลับให้กู้ซิวติดต่อคนของเราแล้ว รอเพียงหารือแผนการอย่างละเอียดกับท่านน้าเสร็จ ก็จะก่อรัฐประหารทันที สังหารเซียวว่านโฉว ถังซู่ และคนอื่นๆ แล้วกักบริเวณเสด็จพ่อ!”
เซียวว่านโฉวกับถังซู่จำเป็นต้องตาย!
เซียวว่านโฉวเป็นเสนาบดีกลาโหม หากเขาไม่ตาย อำนาจทางทหารก็จะไม่อาจรวบรวมมาไว้ในมือของตนได้
