หลังออกจากอำเภอหวยอวี้ อวิ๋นเจิงก็ขึ้นรถม้า
บางครั้งเขาอยู่ในรถม้าของเสิ่นลั่วเยี่ยน บางครั้งก็ไปอยู่ในรถม้าของเย่จื่อและคนอื่น ๆ
ผู้คนภายนอกต่างเข้าใจผิดว่าอวิ๋นเจิงกลัวถูกลอบสังหาร จึงใช้กลยุทธ์กระต่ายเจ้าเล่ห์มีโพรงสามแห่ง
แท้จริงแล้ว อวิ๋นเจิงกำลังผลัดกันอยู่เป็นเพื่อนสตรีและลูก ๆ ของตน
ระหว่างทาง ขบวนเคลื่อนไปไม่เร็วนัก ภายในรถม้ามักมีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังออกมาเป็นระยะ
ทุกแห่งที่พวกเขาผ่าน ชาวบ้านต่างพากันยืนต้อนรับอยู่สองข้างทาง
ชาวบ้านจำนวนมากอยากยลโฉมอ๋องผู้เลื่องชื่อไปทั่วหล้า
น่าเสียดายที่อวิ๋นเจิงแทบไม่ปรากฏตัว นาน ๆ ครั้งจึงจะโผล่หน้าออกจากรถม้า ทักทายชาวบ้านที่มาต้อนรับสองข้างทาง เพื่อยืนยันว่าเขาอยู่ในขบวน
“การศึกคือกลอุบาย!”
“ความหมายของประโยคนี้ก็คือ การใช้ทหารทำศึกย่อมแปรเปลี่ยนได้ไร้แบบแผน ต้องอาศัยปัญญาและกลยุทธ์เข้าช่วงชิงชัยชนะโดยไม่ให้ศัตรูคาดคิด…”
“กาลครั้งหนึ่ง มีสุนัขจิ้งจอกแสนฉลาดตัวหนึ่ง มันเห็นอีกาตัวหนึ่งคาบชีสบินไปเกาะบนต้นไม้ จึงเอ่ยกับอีกาว่า ขนของเจ้าช่างงดงาม เสียงร้องก็คงไพเราะยิ่ง…”
“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าหลงเชื่อคำเยินยอของผู้อื่นโดยง่าย…”
ทุกวันอวิ๋นเจิงจะสอนความรู้แก่อวิ๋นชางและอวิ๋นจิ่นภายในรถม้า
ส่วนสิ่งที่สอนอวิ๋นชาง ส่วนใหญ่เป็นตำราพิชัยสงคราม
สำหรับอวิ๋นจิ่น เขาจะใช้นิทานสั้น ๆ สอนหลักเหตุผลต่าง ๆ ให้นาง ได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน
บางครั้งอวิ๋นเจิงก็เรียกเสิ่นเนี่ยนฉือกับฉีเหยียนมายังรถม้าที่ตนนั่ง สอนสิ่งต่าง ๆ แก่พวกเขาบ้าง หรือทดสอบความรู้ เพื่อดูว่าพวกเขาเรียนรู้ไปถึงไหนแล้ว
