จะลงมือกับองค์ชายสามก่อน หรือจัดการซีฉวีเสียก่อน?
เรื่องนี้เองก็เป็นปัญหาสำหรับอวิ๋นเจิง
หากลงมือกับองค์ชายสามก่อน ย่อมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำลายซีฉวี
ถึงขั้นอาจเป็นไปได้จริงดังที่ฮ่องเต้เหวินตรัสไว้ เมื่อซีฉวีถูกศัตรูรุมล้อมจากทั้งสี่ด้าน พวกเขาอาจเลือกยอมจำนนแต่โดยดี
อันที่จริง ในใจอวิ๋นเจิงก็รู้ดีว่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในยามนี้ การลงมือกับองค์ชายสามก่อนย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่หากลงมือกับองค์ชายสามก่อนจริง ๆ เขาก็กลัวว่าจะถูกเมืองนั้นพันธนาการเอาไว้
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดไม่หยุด
“ลองบอกเรามาสิว่าเจ้ากังวลเรื่องใด?”
เห็นอวิ๋นเจิงนิ่งเงียบอยู่นาน ฮ่องเต้เหวินจึงตรัสถามขึ้นอีกครั้ง
“ที่จริงลูกไม่ได้กังวลอะไรมากนัก ลูกเพียงแต่...”
อวิ๋นเจิงเหลือบมองฮ่องเต้เหวิน ก่อนกล่าวต่อว่า “ลูกเพียงแต่ไร้ความทะเยอทะยาน...”
ไม่ผิดจากที่อวิ๋นเจิงคาดไว้ ทันทีที่สิ้นเสียง ฮ่องเต้เหวินก็กำถ้วยในมือแน่น
แววพระเนตรของฮ่องเต้เหวินดุดันยิ่ง
คล้ายว่าชั่วขณะถัดไปจะทรงขว้างถ้วยใส่เขา
“เสด็จพ่อโปรดระงับโทสะ”
อวิ๋นเจิงรีบห้ามฮ่องเต้เหวิน “ที่จริงเสด็จพ่อทรงลองพิจารณาข้อเสนอที่ลูกเคยทูลไว้ก่อนเสด็จออกจากซั่วเป่ยคราวก่อนได้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำของอวิ๋นเจิง พระพักตร์ฮ่องเต้เหวินก็กระตุกขึ้นอีกครั้ง
เจ้าลูกอกตัญญู!
ตั้งสองปีแล้ว!
ยังไม่เลิกล้มความคิดบัดซบนั่นอีก!
ยิ่งทอดพระเนตรใบหน้าของอวิ๋นเจิง ฮ่องเต้เหวินก็ยิ่งอยากตบสักฉาด
พระองค์ไม่รู้เลยว่าตนก่อกรรมทำเข็ญอันใดไว้!
ถึงได้ให้กำเนิดลูกสารเลวออกมาเป็นพรวน!
คนที่อยากเป็นฮ่องเต้กลับไม่มีความสามารถพอจะครองบัลลังก์ให้มั่นคง
