ย่างเข้าเดือนหก ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันไม่ขาดสาย
ในเขตอำเภอวุยกุ้นมีลำน้ำอยู่ไม่น้อย ครั้งอดีตกาลยุคจั้นกั๋ว ซีเหมินป้าวผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองเย่ ได้เคยจัดการควบคุมแม่น้ำจางสุ่ย ณ เมืองเย่นี้เอง โดยก่อสร้างระบบชลประทานในระยะแรกเริ่ม อันมีคุณูปการใหญ่หลวงต่อการพัฒนาการเกษตรของวุยกุ้น
การจะดำเนินกิจการเกษตรย่อมหลีกเลี่ยงการชลประทานไม่พ้น ซุนเจินจึงให้ความสำคัญกับเรื่องการชลประทานนี้เป็นอันมาก
หลังจากที่เข้ารับตำแหน่ง ณ วุยกุ้น แม้ปีก่อนคลังกุ้นจะยังร่อยหรอ แต่เขาก็จัดสรรเงินและเสบียงให้แก่กรมชลประทานของที่ว่าการกุ้นโดยเฉพาะ กำชับให้พวกเขาต้องจัดการระบบชลให้เป็นระเบียบเรียบร้อย คลองส่งน้ำใดควรซ่อมก็ซ่อม คันกั้นน้ำใดควรสร้างใหม่ก็สร้างใหม่ เนื่องจากคำสั่งการเมื่อปีก่อน กรมชลประทานของที่ว่าการกุ้นจึงจัดการได้ดี ฉะนั้นปีนี้ถึงเจอฝนตกหนัก แม่น้ำก็ยังไม่เกิดคันกั้นน้ำพังทลาย
ทว่าแม้ยังไม่ปรากฏวี่แววว่าคันกั้นน้ำจะพัง ในฐานะผู้ครองกุ้น ซุนเจินกลับต้องใส่ใจกับเรื่องนี้อย่างสูงสุด
เขาเพิ่งเข้ารับตำแหน่งทางการเมื่อเดือนกุมภาในปีนี้ ในยามนี้ เมืองของเขาจึงไม่อาจมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเป็นอันขาด หากเกิดปัญหาขึ้นมา ก็จะตกเป็นจุดอ่อนให้ศัตรูโจมตีได้ อย่างเช่นเตียวต๋งที่แทบจะรอให้เขาประสบปัญหา เหตุฉะนี้ ถึงแม้ว่าแผนการ“กำจัดตระกูลเตียว”จะถูกนำขึ้นสู่วาระอย่างเป็นทางการแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับห่าฝนครานี้ เขากลับจำต้องเลื่อนแผนการนั้นลงชั่วคราว และทุ่มเทกำลังทั้งหมดไปกับการป้องกันอุทกภัย
เขามิเพียงแต่ออกคำสั่งให้เหล่าเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอำเภอเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำขึ้นตลอดเวลา ยังมีคำสั่งพิเศษให้ซุนฮิวเป็นตัวแทนเขา ออกตรวจตราตามหัวเมืองริมแม่น้ำ และสั่งให้สวี่จ้งพร้อมด้วยกำลังพลในกองทัพเตรียมพร้อมเสมอที่จะออกจากค่ายเข้าช่วยเหลืออุทกภัย หากที่ใดเกิดน้ำท่วม กองกำลังจะต้องเดินทางไปถึงในทันที
ด้วยการเตรียมการที่รอบคอบของเขา ถึงแม้ฝนจะตกหนักติดต่อกันหลายวัน ก็มิได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมร้ายแรง
ทว่า แม้มิได้เกิดน้ำท่วม แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างสูง
นั่นคือต้นข้าวสาลีในท้องทุ่ง
