ข่าวร้ายจากอำเภอสวี่คือตันเทียวป่วยสิ้นแล้ว ข่าวดีจากลกเอี๋ยงคือราชสำนักปูนบำเหน็จให้ซุนเจินฐานปราบวุยกุ้นราบคาบลงได้ ในที่สุด ราชสำนักรวบรวมความดีความชอบของซุนเจินทั้งก่อนและหลัง ปูนให้เป็นเองอิมโหว ...
เฉินจื่อออกจากบ้านมาที่กิจิ๋วนั้น ได้ตั้งใจเดินทางกลับเรือนบิดาเพื่อคารวะลาตันเทียว ครานั้นตันเทียวยังมีร่างกายแข็งแรงดี ครั้นจากกันสองปีกว่า ก็ล้มหมอนไม่ลุกและจากไป
ตามที่คนตระกูลตันจากอำเภอสวี่มารายงานข่าวร้าย กล่าวว่าตันเทียวถึงแก่กรรมในวันปิ่งอู่ของเดือนก่อน ขณะอายุแปดสิบสามปี นับเป็นชันษายืน จึงถือว่าเป็นงานมงคลแห่งการจาก
ตันเทียวมีเกียรติคุณก้องโลก ข่าวมรณกรรมแผ่ออกไป เพียงในเขตมณฑลอิจิ๋วก็มีผู้ไปร่วมไว้อาลัยถึงหลายพัน คนสกุลตันที่มาแจ้งข่าวคนนี้ ระหว่างทางได้ยินว่าใต้เท้าแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นก็ส่งทูตไปถวายความอาลัยด้วย
เฉินจื่อร้องไห้จนแทบจะกลายเป็นคนน้ำตา นางเสียบิดาตั้งแต่น้อย ความผูกพันกับตันเทียวลึกซึ้งยิ่ง ร้องไห้ถึงขั้นสลบไปหลายครั้ง
ซุนเจินก็โศกเศร้าและทอดถอนใจกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
เขาถามคนตระกูลตันที่มาแจ้งข่าวว่า “ท่านตันมีนามก้องใต้หล้า ผู้ไปไว้อาลัยมากมาย ในครอบครัวของท่านจะมีคนเพียงพอและพร้อมสรรพหรือไม่”
“นายท่านของสกุลท่านเดินทางมาด้วยตัวเอง บรรดาผู้เฒ่าหกมังกรก็มาที่สกุลข้า พวกคุณชายสกุลท่านอย่างเหวินรั่วกับอดีตขุนนางคนสนิทของท่านอย่างเย่ว์เหวินเชียนก็มารวมกันเนืองแน่น ทั้งเหวินรั่วยังแจ้งข่าวไปยังที่ว่าการอำเภอและกุ้นฝู่ขอให้ส่งคนช่วย อาศัยความช่วยเหลือจากสกุลท่าน ที่ว่าการอำเภอบ้านข้าและกุ้นฝู่ ทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย”
“ท่านตันเป็นที่เคารพแห่งใต้หล้า คราวนี้ถึงแก่กรรม ย่อมต้องจารึกศิลาบันทึกเกียรติคุณให้ตกทอดถึงคนรุ่นหลัง ไม่ทราบว่าจะเชิญผู้ใดเขียนศิลาจารึก”
“ชัวหยงแห่งเฉินหลิวเป็นสหายเก่าแก่กับสกุลข้า ทางสกุลข้าได้ส่งคนไปแคว้นง่อเพื่อแจ้งข่าวร้ายนี้แล้ว ฝ่ายใต้เท้าน้อยแห่งสกุลข้าหมายจะเชิญให้เขาเขียนจารึก”
