หากว่าการตั้งกองทำนาเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรกของซุนเจิน หลังจากต้อนรับเล่าเหียบและราชสำนักย้ายสู่อำเภอสวี่แล้ว การจัดทำซ่างจี้ก็คือเรื่องสำคัญอันดับแรกที่ราชสำนักจะต้องเร่งดำเนินการ หลังจากเล่าเหียบและคณะย้ายมาถึงอำเภอสวี่
ตามธรรมเนียมราชวงศ์ฮั่น ทุกปีในเดือนสิบ เหล่าเมืองและแคว้นจะดำเนินการซ่างจี้ต่อราชสำนัก คำว่า 'จี้' สวี่เซิ่นได้อธิบายไว้ใน 'ซัวเหวินเจี่ยจื้อ' ว่า 'เป็นการรวมและคำนวณ' ก็คือความหมายของการคำนวณนั่นเอง ส่วน 'ซ่างจี้' ก็คือการที่หน่วยราชการระดับต่างๆ รวบรวมเนื้อหาและสถานการณ์ของ 'จี้' แล้ว 'รายงาน' ต่อราชสำนัก หากใช้ภาษาคนรุ่นหลังกล่าว คือรายงานโดยรวมของรัฐบาลท้องถิ่นที่ทำขึ้นปีละครั้งต่อราชสำนัก ครอบคลุมเนื้อหา 'จำนวนครัวเรือนและพื้นที่เพาะปลูก รายรับรายจ่ายเงินภาษี โจรผู้ร้ายมีมากน้อย' และสถานการณ์ด้านต่างๆ หรือหากใช้ภาษาคนรุ่นหลังอีก ก็เปรียบเสมือนว่า หนึ่งปีทางปฏิทินเริ่มต้นเดือนอ้ายจบเดือนสิบสอง แต่หนึ่งปีทางบัญชี สำหรับราชวงศ์นี้ เริ่มต้นในเดือนสิบของปีนี้ไปจนถึงเดือนเก้าของปีถัดไป
——เมื่อเป็นการรวบรวมงานทั้งปี เหตุใดจึงไม่ทำตอนปลายปี หรือต้นปีถัดไป แต่กลับทำในเดือนสิบเล่า นี่เป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากระบบของราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฮั่นรับช่วงต่อจากฉิน ทั้งปฏิทิน การปกครอง กฎหมาย และระบอบด้านต่างๆ ของราชวงศ์นี้ส่วนใหญ่ลอกแบบมาจากราชวงศ์ฉิน ในสมัยราชวงศ์ฉิน ต้นปีคือเดือนสิบของทุกปี ดังนั้นในช่วงต้นราชวงศ์นี้ ก็ใช้เดือนสิบเป็นต้นปี จนกระทั่งรัชสมัยฮั่นอู่ตี้ ประกาศใช้ปฏิทิน 'ไท่ชู' จึงเปลี่ยนเป็นเดือนอ้ายเป็นต้นปี แต่กำหนดเวลาซ่างจี้ไม่เคยเปลี่ยน สืบมาจนถึงปัจจุบัน ก็ยังเป็นเดือนสิบ
ในยามสงบสุขแต่ก่อน พอถึงช่วงเดือนสิบ นครหลวงก็จะคึกคักเป็นพิเศษ
