# ตอนที่ 339 — ขุนพลผู้หนึ่งสำเร็จศึก ด้วยกระดูกหมื่นซากกลาดเกลื่อน (ตอนกลาง)
ในการประชุมทัพวันรุ่งขึ้น ขณะที่หารือกันว่าจะจัดการกับเชลยศึกอย่างไร ซุนเจินก็พบโอกาสครั้งที่สอง
ทหารโพกผ้าเหลืองแม้ส่วนใหญ่ยอมตายไม่ยอมจำนน ทั้งเชือดคอตนเองและกระโดดน้ำตายไปหลายหมื่นคน รวมกับที่ตายในสมรภูมิด้วยแล้ว อย่างน้อยก็ล้มตายไปเจ็ดแปดหมื่นคน ทว่าเชลยศึกก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อย ราวสองสามหมื่นคน คนสองสามหมื่นนี้มีทั้งชายฉกรรจ์ มีทั้งคนแก่คนทุพพล มีทั้งหญิงและเด็ก จะจัดการกับพวกเขาอย่างไรจึงเป็นปัญหา
มีผู้เสนอว่าให้ฆ่าล้างเสียให้สิ้น ก่อกองศพ(1)ขึ้นให้ชาวเซี่ยชวี่หยางได้เห็นว่านี่คือปลายทางของผู้ที่ไม่ยอมจำนนถวายเมือง บ้างก็คัดค้านว่าทำเช่นนี้โหดเหี้ยมเกินไป ผู้ที่เสนอให้สังหารเชลยมีจงเอวี๋ยน หนิวฝู่ โฮจิ้น เป็นต้น ผู้ที่คัดค้านมีฟู่เซี่ย ต้วนเว่ย เป็นต้น
ฮองฮูสงนั่งอยู่ ณ ที่ประธาน ฟังสองฝ่ายโต้เถียงกัน ทว่าได้แต่ลูบหนวดนิ่งอยู่มิเอ่ยวาจา
ซุนเจินคิดในใจว่า "เองฉวนกับยีหลำเคยฆ่าเชลยมาแล้วสองครา ครานั้นเพราะกิจิ๋วยังมิได้ถูกตี กบฏโพกผ้าเหลืองยังลุกโชน การฆ่าเชลยบางทีก็ยังพออ้างได้ว่าเป็นการกระทำด้วยจำใจ แต่บัดนี้กว่างจงถูกตีแตกแล้ว เตียวก๊กก็ตายแล้ว น่ำเอี๋ยงก็ใกล้จะถูกปราบราบคาบ ที่เหลืออยู่มีแต่เซี่ยชวี่หยางเพียงแห่งเดียว หากยังฆ่าเชลยอีก ก็ยากจะอ้างเหตุผลให้ฟังขึ้น" ในห้วงคำนึงพลันผุดภาพอันโหดร้ายในวันที่เมืองกว่างจงแตก ครั้งศาสนิกโพกผ้าเหลืองนับพันนับหมื่นกระโดดน้ำตาย ขึ้นมาอีกครา จึงตัดสินใจจะกราบทูลทัดทานฮองฮูสง มิให้ฆ่าเชลยอีกเป็นอันขาด
เขากำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินหนิวฝู่ตะโกนเสียงดัง กล่าวว่า "เชลยเหล่านี้ล้วนเป็นโจร วันที่เมืองกว่างจงแตก ทหารโจรหลายหมื่นยอมกระโดดน้ำตายแต่ไม่ยอมจำนนต่อพวกเรา เห็นได้ชัดว่าพวกมันใจคอเด็ดเดี่ยวจะเป็นกบฏให้ได้ โจรดื้อด้านดักดานเช่นนี้ หากเก็บไว้ ไม่ช้าก็เร็วก็จะกลับมาเป็นภัยอีก สู้ฝังทั้งเป็นเสียให้สิ้นมิดีกว่าหรือ"
