# ตอนที่ 338 — ขุนพลผู้หนึ่งสำเร็จศึก ด้วยกระดูกหมื่นซากกลาดเกลื่อน (ตอนต้น)
ฮองฮูสงกล่าวว่าจะตอบแทนความชอบใหญ่หลวงคืนแก่กองของซุนเจิน ในใบรายงานชัยชนะที่เขาจะกราบทูลขึ้นไปยังราชสำนักนั้น ย่อมต้องบรรจงเขียนยกย่องซุนเจิน ซีจงและซินอ้ายไว้อย่างหนักแน่นมิอาจขาด เตียวก๊กเป็นหัวหน้าใหญ่แห่งโพกผ้าเหลือง การจับเตียวก๊กได้ก็เปรียบดังการตีแคว้นข้าศึกแตกแคว้นหนึ่ง ความชอบใหญ่หลวงเช่นนี้ ถึงแม้จะให้ทั้งสามคนแบ่งกัน หรือจะเผื่อแผ่เพิ่มแม่ทัพใหญ่ฮองฮูสงเข้าไปอีกคน รวมเป็นสี่คนแบ่งกัน ส่วนที่ตกแก่แต่ละคนก็ยังหาเบาไม่
ซีจงบัดนี้ยังเป็นสามัญชนไร้ยศ ครั้นได้ความชอบใหญ่หลวงนี้ ถึงแม้เขาจะมีกำเนิดจากตระกูลยากไร้ แต่ก่อนในแคว้นในเมืองก็มิได้มีชื่อเสียงใด ทว่าครั้นเสร็จศึกแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็พึงได้ตำแหน่งเซี่ยต้าฟู (ขุนนางผู้น้อยชั้นล่าง) ระดับหกร้อยสือ ส่วนซินอ้ายเป็นบุตรหลานตระกูลบัณฑิต ตระกูลซินแห่งเอี้ยงเต๊กเป็นตระกูลใหญ่แห่งเองฉวน อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสในตระกูลเลย แม้เพียงพี่ในตระกูลของเขาอย่างซินเปง ซินผี ก็ลือชื่อในเมืองมานานแล้ว อีกทั้งเตียวก๊กก็เป็นผู้ที่เขาลงมือจับมาด้วยตนเอง การจะให้เขาได้ตำแหน่งระดับพันสือก็หาเกินควรไม่
ซุนเจินเป็นแม่ทัพของพวกเขา เมื่อขุนนางผู้น้อยใต้บังคับมีความชอบ ซุนเจินเองก็ย่อมพลอยได้รับเกียรติ เมื่อรวมกับความชอบในศึกเดิมของเขา ทั้งรวมกับชาติตระกูลของเขาเข้าไปอีก แม้เขาจะมีอายุเพียงยี่สิบเศษ แต่หากคำนวณตามครรลองการปูนบำเหน็จตอบแทนความชอบตามปกติแล้ว ครั้นเสร็จศึก ตำแหน่งไท่โส่วแห่งเมืองเล็กสักเมืองหนึ่งก็มิอาจหลุดมือไปได้ — หากเขามีกำเนิดจากตระกูลมีชื่อที่ใหญ่กว่านี้ ดังเช่นตระกูลอ้วนซึ่งเป็นตระกูลขุนนางชั้นยอด บางทีอาจได้รับการปูนบำเหน็จถึงขั้นเป็นโหว (เจ้าพระยา) เลยทีเดียว
