ครั้นรับสั่งและสาส์นของซุนเจินมาถึงมือสวี่จ้ง กองทัพของสวี่จ้งเพิ่งยกมาถึงเซียงเปิน
ในเขตตงไห่ เมืองที่อยู่ใกล้ตันเสียที่สุดคือเซียงเปิน รองลงมาคือโฮ่วชิว
เซียงเปินอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตันเสีย ห่างจากตันเสียหกสิบลี้ ส่วนโฮ่วชิวอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตันเสีย ห่างออกไปกว่าร้อยลี้
หากกองทัพของซุนเจินสามารถยึดครองสองเมืองนี้ได้ ก็จะโอบล้อมตันเสียไว้ทั้งสองด้าน
โตเกี๋ยมเล็งเห็นข้อนี้โดยธรรมชาติ ฉะนั้นเขาจึงวางกำลังพลหนาแน่นทั้งที่โฮ่วชิว และตั้งกองทหารชั้นเยี่ยมประจำที่เซียงเปิน
คาดการณ์ได้ว่า เซียงเปินคงจะเป็นเช่นเดียวกับโฮ่วชิว คือยากจะตีหักเอาได้
สวี่จ้งจัดวางกำลังพลตั้งค่ายมั่น แล้วหารือกับแม่ทัพนายกองถึงการตีเมือง ระหว่างที่หารือกันอยู่นั่นเอง รับสั่งและสาส์นของซุนเจินก็มาถึง
สวี่จ้งคลี่อ่านอย่างละเอียด เมื่ออ่านจบแล้ว จึงกล่าวแก่แม่ทัพทั้งปวงว่า "แม่ทัพเจี้ยนเวยมีรับสั่ง ให้ฝ่ายเราคัดเลือกแม่ทัพผู้มีความสามารถไปยังเผิงเฉิง เพื่อบัญชาให้เซี่ยหลี่ยกทัพออกมา"
บรรดาผู้อยู่ ณ ที่นั้นล้วนคุมทัพรบอยู่ในแนวหน้า ต่างมิทราบถึง "ปฏิสัมพันธ์ทางการทูต" ระหว่างกว่างหลิงกับเผิงเฉิงในช่วงที่ผ่านมา มีเพียงสวี่จ้งกับงักจิ้นในฐานะแม่ทัพใหญ่ และซุนฮิวในฐานะที่ปรึกษาใหญ่ ทั้งสามคนเท่านั้นที่เคยได้รับสารจากซุนเจินและรู้เรื่องนี้ ในขณะนั้น ซุนฮิวจึงเป็นผู้กล่าวอธิบายแก่ทุกคนโดยสังเขป ถึงเรื่องที่กว่างหลิงส่งทูตไปเผิงเฉิงและบีบบังคับให้เซี่ยหลี่ยกทัพเมื่อเร็ว ๆ นี้
ทุกคนได้ฟังดังนั้น จึงได้ทราบความ
เล่าปี่เอ่ยถามว่า "ท่านโฮเจ้ามอบหมายตัวบุคคลไว้ในรับสั่งนั้นรึไม่"
ซุนฮิวรู้ใจเขา รู้ว่าเขากำลังกระหายอยากจะลองมือ หมายจะสร้างผลงานอีกแล้ว จึงตอบยิ้ม ๆ ว่า "เหียนเต๊ก ความดีความชอบครั้งนี้เกรงว่าเจ้าคงทำไม่สำเร็จ ... ถึงท่านโฮจะมิได้เจาะจงผู้ใด แต่ในรับสั่งแนะให้เสนาบดีงักเป็นผู้จัดการเรื่องนี้"
