เตียวเลี้ยวคิดใคร่ครวญครู่หนึ่ง พลันเข้าใจตรรกะของลิโป้
อำเภอซินซีอยู่ติดกับเขตแดนซึ่งลิโป้ควบคุมอยู่ การแต่งตั้งขุนนางรายงานผู้นั้นให้เป็นเจ้าเมืองซินซี ในสายตาของลิโป้ก็เท่ากับราชสำนัก “ยอมยกดินแดนให้เขาเพิ่มโดยสมัครใจ” แล้วเหตุใดราชสำนักจึง “ยอมยกดินแดนให้เขาเพิ่มโดยสมัครใจ” เล่า ก็เป็นเพียงเพราะราชสำนักทราบถึงความภักดีของเขา เป็นเพียงเพราะราชสำนักกำลังใช้สิ่งนี้ผูกมัดเขา ——หากกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว ลิโป้แปลความที่ราชสำนักแต่งตั้งขุนนางรายงานผู้นั้นเป็นเจ้าเมืองซินซีเช่นนี้ ก็มิได้ผิดแต่อย่างใด แท้จริงแล้ว นี่ก็คือสิ่งที่ซุนเจินต้องการให้ลิโป้เข้าใจเช่นนั้น
เอ่ยถึงตรงนี้ ขอบอกกล่าวอีกสักประโยค
ในราชโองการฉบับแรกที่ราชสำนักพระราชทานแก่ลิโป้ ทรงย้ายศักดินาให้ลิโป้เป็นโหวแห่งซุ่นหยาง เปลี่ยนที่ตั้งศักดินาจากอำเภอเวินในเมืองฮ่อลายมาเป็นอำเภอซุ่นหยางในเมืองน่ำเอี๋ยงนั้น เมื่อพิจารณาเพียงผิวเผินก็เป็นดังที่ลิโป้กล่าวเอง คือเป็นความเอาใจใส่ต่อเขา ที่ผ่านมาศักดินาของเขาอยู่ในเมืองฮ่อลาย เขาย่อมไม่ได้รับรายได้จากศักดินา ครั้นย้ายมาอยู่ซุ่นหยาง อันเป็นเขตแดนของอ้วนสุด รายได้จากศักดินาเสมือนว่าเขาจะได้รับ ทว่าแท้จริงแล้ว นั่นเป็นเพียงความเอาใจใส่ฉาบฉวย โดยพื้นฐานแล้ว ราชโองการนี้มีเป้าหมายเพื่อยุยงให้ลิโป้กับอ้วนสุดบาดหมางกัน ตามระเบียบของราชวงศ์ฮั่น ถึงแม้รายได้ภาษีในศักดินา มิได้มอบให้ผู้ครองศักดินาทั้งหมด แต่ไม่ว่ามอบให้มากน้อยเท่าใด กล่างโดยสรุป ส่วนที่มอบให้แก่ลิโป้ ก็คือความสูญเสียของอ้วนสุด การต้องสูญเสียรายได้ก้อนใหญ่อย่างไม่มีเหตุผล อ้วนสุดจะยินยอมได้อย่างไร ครั้นหากอ้วนสุดไม่ยอมให้ลิโป้ ก็จะยิ่งก่อความไม่พอใจให้แก่ลิโป้ การยุยงก็เป็นอันสำเร็จในบัดดล
ลิโป้กลับไม่เห็นจุดนี้ เขาคิดเอาเองข้างเดียวว่า การที่ราชสำนักเปลี่ยนให้เขาเป็นโหวแห่งซุ่นหยาง คือความเอาใจใส่ต่อเขา
การแต่งตั้งขุนนางรายงานของเขาให้ไปเป็นนายอำเภอซินซี แท้จริงก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
