ซุนเจินจึงส่งทูตไปพบหลี่เชียน
ออกจากอำเภอตันเสีย ผ่านตำบลเหอเซียง ข้ามแคว้นหลู่กั๋ว ผ่านอำเภอเยิ่นเฉิงและซานหยาง เดินทางประมาณห้าร้อยลี้ ทูตมาถึงเขตแดนอำเภอเฉิงซื่อในเมืองจี้อิน สอบถามเล็กน้อยจึงทราบที่ตั้งค่ายของหลี่เชียน แล้วตรงไปนอกค่ายขอเข้าพบ ขณะนั้นซุนเจินกำลังโจมตีเขาไท้ซาน ทูตจึงไม่เปิดเผยฐานะ บอกเพียงว่านำจดหมายจากสหายเก่ามาส่ง หลี่เชียนเรียกเข้าพบ ทูตจึงแจ้งความประสงค์ที่แท้จริงซึ่งได้รับคำสั่งมา
หลี่เชียนไม่ได้แสดงท่าทีใดในที่นั้น รับรองให้ทูตไปพักผ่อนอย่างอบอุ่น แล้วจึงเรียกหลี่เจิ้งและคนอื่น ๆ มาพบ
หลี่เจิ้งเป็นบุตรชายของหลี่เชียน
ปีนี้หลี่เชียนอายุสามสิบเศษ หลี่เจิ้งเพิ่งยี่สิบ วัยยังน้อยนักแต่ก็มีชื่อเสียงอยู่บ้างแล้ว กิริยาคำพูดมีแววคล้ายบิดาไม่น้อย
ครั้นหลี่เจิ้งและคนอื่น ๆ มาถึง หลี่เชียนจึงเล่าความที่ทูตของซุนเจินแจ้งให้ทุกคนฟัง แล้วถามว่า “พวกเจ้าเห็นเช่นไร”
ผู้ที่มานอกจากหลี่เจิ้งแล้ว ยังมีน้องชายร่วมสกุลของหลี่เชียนหลายคน หลานชายอีกหลายคน ที่ปรึกษาและนักรบผู้กล้าในสังกัดอีกสองสามคน
น้องชายร่วมสกุลคนหนึ่งของหลี่เชียนเอ่ยขึ้นก่อน ด้วยเสียงทุ้มกังวานว่า “ใต้เท้าเจิ้นตงอยู่นอกเขตมณฑลชีจิ๋ว ส่วนพวกเราอยู่ในกุนจิ๋ว ตัวใครตัวมัน เหตุใดต้องให้พวกเราไปสวามิภักดิ์เขาด้วยเล่า”
ที่ปรึกษาคนหนึ่งสั่นศีรษะรัว ๆ กล่าวว่า “ชื่อเสียงเกรียงไกรของนายท่านแม้สูงส่ง แต่ทางฝ่ายใต้เท้าหลิวเจ้าเมืองกุนจิ๋วถือเอาพระราชโองการ แถมกำลังพลกล้าแข็ง หากทำตามแผนของเจิ้นตง นายท่านนำกำลังเข้าโจมตีซานหยางก็ต้องพ่ายยับเยินเป็นแน่! นี่เจิ้นตงเจตนาส่งพวกเราไปตาย!”
หลานชายคนหนึ่งของหลี่เชียนกล่าวเสียงดังว่า “ท่านเจิ้นตงแม้ครองชีจิ๋ว ถ้าพูดถึงสติปัญญาแล้ว เหตุใดจักเทียบท่านโจผู้เป็นขุนพลได้? อีกทั้งท่านโจก็อยู่ใกล้ ท่านเจิ้นตงอยู่ไกล! ละทิ้งท่านโจแล้วไปหาท่านเจิ้นตง คนมีปัญญาไม่ทำดอก!”
วาจานี้ของหลานชายหลี่เชียนเอ่ยจบ คนในที่นั้นต่างพยักหน้าเห็นพ้อง
