มณฑลอิจิ๋วได้ชื่อว่าเป็นเขตที่ราบ แต่มิได้ราบเรียบเป็นหน้ากลอง ทั่วทั้งแคว้นยังมีเนินเขาและเทือกเขาอยู่มาก อาทิ ทางตะวันตกของเมืองเองฉวนมีเขาซงซาน ทิศใต้ตรงรอยต่อกับน่ำเอี๋ยงเป็นแนวเทือกเขาฝูหนิวซาน ในเขตยีหลำนั้นขุนเขาก็ชุกชุมกว่า ที่รอยต่อทิศใต้ของยีหลำกับกังแฮในเกงจิ๋วคือบริเวณเทือกเขาสูงตระหง่านทางเหนือของกังแฮ ส่วนพื้นที่อื่นของยีหลำก็ล้วนเป็นพูเป็นเขาเช่นกัน
ที่ว่าการเมืองของยีหลำคือผิงอวี๋นั้นตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาล้อมรอบ ไกลออกไปเป็นเขา ใกล้เข้ามาเป็นสายน้ำ ผืนนาอันอุดมสมบูรณ์ วลีที่ใช้พรรณนาสภาพภูมิศาสตร์ของยีหลำว่า 'ภูผาคับขัน สายน้ำลำเนาไพร ไร่นาราบเรียบกว้าง' แปดอักษรนี้เหมาะจะพรรณนาผิงอวี๋ด้วยเช่นกัน เป็นพื้นที่ชัยภูมิงดงามขนาดย่อมอยู่แท้จริง
ผิงอวี๋เป็นที่ว่าการเมืองยีหลำมาช้านาน ในยามสงบสุขเมื่อครั้งก่อน ตัวเมืองเคยคับคั่ง บัณฑิตผู้มั่งมีและตระกูลใหญ่มีอำนาจอยู่เป็นจำนวนมาก ในย่านหมู่บ้านนั้นมีไม่น้อยที่สร้างหอชมวิวและศาลาริมน้ำ พื้นฐานทางวัฒนธรรมก็ลึกซึ้ง เมื่อผู้รู้หรือผู้มีใจงามมีแขกมาเยี่ยม หรือเมื่อเกิดแรงบันดาลใจ ก็ต้องขึ้นที่สูงรับลม ชิดหอดีดพิณไพเราะ ในอดีตคราหน้าฤดูใบไม้ผลินี้ บนหอสูงนั้น ทอดสายตาไปไกลก็เห็นขอบฟ้าสีเขียวครามของขุนเขา ชักสายตากลับมามองใกล้เห็นสายน้ำอี้สุ่ยงามราวหยกไหลผ่านทิศใต้ของเมือง ภูผาสว่างน้ำใส ว่ากันดังนี้
ผ่านสมรภูมิมานานปี ผิงอวี๋ในวันนี้ ย่อมไม่อาจเทียบกับวันวานได้
