บิอิงตั้งครรภ์ บิต๊กและบิฮองผู้พี่น้องมาถึงตันเสียแล้ว วันรุ่งขึ้น ซุนเจินจึงเรียกทั้งสองให้ไปพบนางบิอิงที่เรือนหลัง ครั้นค่ำก็จัดงานเลี้ยงกันเอง เชิญซุนหลู่กับลูกหลานสกุลซุนอีกหลายคนซึ่งมาจากต่างถิ่นให้มาร่วมด้วย เลี้ยงสุราและร่วมโต๊ะกัน
ในอีกไม่กี่วันต่อมา ข้าราชการส่วนใหญ่ที่มาเยี่ยมอวยพรปีใหม่ก็ทยอยกลับ ซุนเจินให้ตันเต๋งกับคนอื่น ๆ อยู่ต่ออีกสองสามวัน ตอนกลางวันได้พบพวกเขาเป็นการส่วนตัว กำชับว่าหลังจากตนออกจากตันเสียไปแล้ว จะต้องยังคงเหมือนแต่ก่อน ห้ามละเลยราชการเป็นต้น ตันเต๋งกับคณะคารวะรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ค่ำลงซุนเจินก็จัดเลี้ยงวงเล็ก ๆ ร่วมดื่มกับพวกเขาอย่างเต็มที่ หลายวันต่อมา ตันเต๋งกับคณะต่างก็กลับไปยังเมืองและอำเภอของตน
หลังจากเตรียมการอย่างเข้มข้นร่วมสองเดือน พอล่วงเข้าช่วงปลายเดือนอ้าย การย้ายที่ทำการก็ดำเนินการเสร็จเกือบหมดแล้ว
ที่ทำการแม่ทัพใหม่ได้สร้างเสร็จแล้ว ตลอดจนที่พักข้าราชการและที่พักครอบครัวก็สร้างเสร็จแล้วด้วย พวกที่มีครอบครัวก็หาที่อยู่ให้แต่ละครอบครัวเรียบร้อย ค่ายทหารและค่ายเฉพาะสำหรับครอบครัวทหารก็สร้างแล้ว เช่นเดียวกับยุ้งฉาง คลังอาวุธ คลังเงินทองและแพรพรรณของแม่ทัพนั้น ไม่เพียงสร้างเสร็จ ยังลำเลียงเสบียง ยุทธภัณฑ์ เงินทองและแพรพรรณไปไว้แล้วส่วนใหญ่ ส่วนที่ยังมาไม่ถึงก็ยังคงลำเลียงต่อไป ตลอดจนสิ่งก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับกิจการทหารและการปกครองนั้น หากยังมีส่วนที่เหลือที่ยังสร้างไม่เสร็จ ก็ล้วนเป็นปัญหาเล็กน้อย ภายหลังค่อยขยับขยายและซ่อมแซมต่อเติมก็ได้
ดังนั้นในวันสุดท้ายของเดือนอ้าย ซึ่งเป็นวันดี ซุนเจินจึงนำข้าราชการที่จะย้ายไปที่ทำการแม่ทัพแห่งใหม่ออกจากอำเภอตันเสีย มุ่งสู่เมืองฉางอี้ ตั้งแต่เตียวเจียวลงมา ข้าราชการทั้งระดับมณฑล เมือง และอำเภอต่างไปส่งพร้อมกัน ราษฎรทราบข่าวก็พากันจูงคนแก่ อุ้มเด็ก ออกจากเมืองมาส่ง
“ท่านเตียว ส่งคนถึงพันลี้ก็ต้องลาจาก หิมะแม้จะละลายแล้ว แต่ทางยังเป็นโคลน ท่านทั้งหลายกลับไปเถิด!” ซุนเจินยืนข้างรถเอ่ยยิ้ม ๆ
กลางเดือนที่แล้ว มีหิมะตกลงมาอีกครั้ง เพิ่งหยุดไปเมื่อสี่ห้าวันก่อน
