ซูหนิงมองซูเชี่ยนที่ดูโง่งมราวกับคนเสียสติ พลันหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวไปด้วยความลังเลใจ (จะพูดอะไรดีล่ะ ซูเชี่ยนดูเหมือนคนเสียสติจริง ๆ เป็นไปได้หรือที่ซูหนิงจะถามนางถึงการตายของเตียวสุน หรือถามถึงเรื่องชิวไป๋ เห็นได้ชัดว่า ซูหนิงไม่อาจหาคำตอบจากซูเชี่ยนได้)
ซูหนิงเรียกนางเสียงหนึ่งแล้วหยุดเดิน ยืนห่างจากซูเชี่ยนไม่ไกลพลางพิจารณานางอย่างละเอียด ซูเชี่ยนงดงามยิ่ง รูปร่างอ้อนแอ้นระหง ผิวนวลละเอียดขาวสะอาด ผมดำยาวสลวย ใบหน้างามที่มีรูปทรงสมบูรณ์แบบประสานกันอย่างไร้ที่ติ ข้อบกพร่องเล็กน้อยคือดวงตาซึ่งเคยเป็นดั่งสายน้ำใสเย็นในหุบเขาลึกของซูเชี่ยน บัดนี้กลับเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ปราศจากความเยือกเย็นและลึกล้ำเช่นที่ควรเป็น
ซูเชี่ยนไม่ยินดียินร้ายต่อเสียงเรียกของซูหนิง ดวงตากลมใสมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดสนใจ ซูหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้าวเท้าเข้าไปอีกสองก้าว
"ซูเชี่ยน..." ซูหนิงเอ่ยปากเรียกสตรีหน้าตางดงามที่เสียสติเบื้องหน้าอีกครั้งอย่างนุ่มนวล ละมุนละไมดั่งคำเรียกของคู่รัก หวังจะเรียกให้นางเกิดปฏิกิริยาขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยที่สุด
ทว่า สุดท้ายซูหนิงก็ต้องผิดหวัง ซูเชี่ยนดูมึนงงเลือนราง ประหนึ่งจมดิ่งอยู่ในโลกของตนเอง มิยอมสนใจรับรู้โลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นท่าทีเฉื่อยชาของซูเชี่ยน ซูหนิงจึงลอบถอนหายใจเป็นเชิงเสียดายที่ตนมิอาจได้ข้อมูลใด ๆ จากตัวนาง ทั้งยังถอนใจแทนสตรีรูปงามล้ำเลิศวัยเบ่งบานผู้หนึ่งที่น่าเสียดายที่ต้องวิกลจริตไปเช่นนี้
ซูหนิงมองซูเชี่ยนอีกครั้ง แววตาเจือความเห็นอกเห็นใจและเสียดาย ภายใต้ชุดคลุมยาวสีน้ำเงินคล้ำที่ปลิวสะบัดไปมาตามสายลมฤดูหนาว ซูหนิงหมุนตัวเดินจากไป
