ตระกูลโตแห่งตานหยางแม้มิใช่ตระกูลยากจนข้นแค้น ทว่าก็มิใช่ตระกูลขุนนางใหญ่ บิดาของโตเกี๋ยมรับราชการเพียงตำแหน่งนายอำเภออวี๋เหยา ศักดินาไม่ถึงหกร้อยต้าน และสิ้นบุญตั้งแต่โตเกี๋ยมยังเยาว์ ล้วนเพราะท่านกงอดีตเจ้าเมืองชางอู๋เห็นแววจึงยกลูกสาวให้แต่งเป็นภริยา ได้รับแรงหนุนนี้ โตเกี๋ยมจึงได้มีอนาคตก้าวหน้า เข้ารับราชการ ทว่าตำแหน่งตลอดมาล้วนไม่สูงนัก แม้ได้มณฑลเสนอชื่อเป็นผู้มากความสามารถ แต่ในราชสำนักก็ไร้พื้นเพ รับตำแหน่งนายอำเภอสองวาระ ย้ายไปเป็นเจ้าเมืองอิวจิ๋ว แล้วถูกเรียกกลับเป็นที่ปรึกษาราชสำนัก หาใช่ตำแหน่งสูงศักดิ์โดดเด่นไม่ ล้วนมีศักดินาราวหกร้อยต้าน
จนเมื่อเจ็ดปีก่อน โตเกี๋ยมอายุห้าสิบสี่ ติดตามฮองฮูสงปราบเปย๋กงปั๋วอวี้ ยังคงรับตำแหน่งเพียงนายทหารระงับศึก ตำแหน่งนายทหารนี้ สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตกมักเทียบศักดินาสองพันต้าน ครั้นถึงราชวงศ์นี้ นอกจากนายทหารรัฐในอารักขา นายทหารม้า และอีกไม่กี่ตำแหน่งยังคงศักดินาสองพันต้าน นายทหารสมทบทั่วไปสูงสุดก็เพียงหกร้อยต้าน ต่ำสุดสามร้อยต้าน จากนี้ก็เห็นได้ว่าตำแหน่งที่โตเกี๋ยมได้รับนั้นต่ำต้อยเพียงใด
ครั้งฮองฮูสงปราบโพกผ้าเหลือง ได้ล่วงเกินเตียวต๋งและเตียวเหยียง หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกทั้งสองทูลใส่ความจนฮ่องเต้หลิงทรงปลดจากตำแหน่ง โตเกี๋ยมจึงเข้าเป็นที่ปรึกษาทัพ ติดตามเตียวอุ๋นผู้ดำรงเป็นอัครมหาเสนาบดีและภายหลังเป็นมหาเสนาบดีทัพหลวงออกรบต่อ เตียวอุ๋นมิใช่แม่ทัพที่มีความสามารถ บัญชาการผิดพลาด ใช้คนไม่เหมาะสม ไม่ฟังกลยุทธ์ดีของซุนเกี๊ยน ไม่กล้าล่วงเกินตั๋งโต๊ะ เป็นที่ดูแคลนหยามหมิ่นของโตเกี๋ยมอย่างยิ่ง
หลังจากยกทัพกลับราชสำนัก ขุนนางร้อยนายชุมนุมสังสรรค์ เตียวอุ๋นให้โตเกี๋ยมรินสุราเลี้ยง โตเกี๋ยมด้วยเห็นว่าการกระทำของเตียวอุ๋นน่าดูแคลน ไม่เพียงไม่ปฏิบัติตาม กลับดูหมิ่นต่อหน้าสาธารณชน เกือบต้องโทษ ถูกเนรเทศไปชายแดน
