ณ ฝั่งใต้ของแม่น้ำจี้สุ่ยที่ไหลเชี่ยว ล้อมรอบด้วยทุ่งราบกว้าง มีเมืองเมืองหนึ่งตั้งตระหง่าน อาณาเขตกินหลายลี้
ตัวเมืองมีกำแพงสูงกว่าหนึ่งจั้ง อิฐที่ใช้ก่อกำแพงเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะเพิ่งซ่อมแซมเสร็จไม่นาน สีสันจึงยังดูออกโทนเหลืองเข้ม บนใบเสมาหลังเชิงเทินมีธงหลากสีสันปักอยู่ ทหารพลตระเวนไปมา ถือง้าวยาวคอยตรวจตรา
เมืองนี้ก็คือเมืองเอกของมณฑลกุนจิ๋ว ที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอซานหยาง และในปัจจุบันคือที่ตั้งที่ทำการแม่ทัพของซุนเจิน นามว่า อำเภอฉางอี้
วันนี้เป็นวันที่หมู่บ้านใกล้เมืองทางทิศใต้เปิดตลาดนัดชาวบ้าน ยังไม่ทันเที่ยง ตลาดนัดทางใต้ของเมืองก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน
มีทั้งพ่อค้าแม่ขายเร่ที่นำสินค้าหลากหลายมาวางขาย และชาวบ้านจากหมู่บ้านโดยรอบที่เดินทางมาจับจ่าย เสียงตะโกนร้องขายของดังไปไกลหลายลี้ ถึงขนาดได้ยินไปถึงประตูเมือง ชาวบ้านที่มาเลือกซื้อของมีทั้งชายหญิง คนแก่และเด็กอ่อน เด็กๆ วิ่งเล่นไปมาท่ามกลางฝูงชน ผู้ใหญ่เมื่อเห็นของใช้จำเป็นในบ้านที่ขาดแคลน ก็ยอบตัวลงนั่งต่อราคากับเจ้าของสินค้า คนที่ซื้อของได้แล้วก็หิ้วของที่ซื้อกลับบ้าน มีสตรีบางนางหิ้วเนื้อชิ้นหนึ่งที่ในยามปกติไม่คิดจะซื้อ มีคนแก่บางคนหิ้วเหล้าจอกหนึ่ง คลาคล่ำเบียดเสียดยิ่งนัก แต่ก็ไม่น่ารำคาญแต่อย่างใด กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตและบรรยากาศผู้คน
ตลาดนัดชาวบ้าน คือตลาดที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของชาวบ้าน ต่างจาก 'ตลาดในเมือง' โดยตลาดในเมืองนั้นเปิดค้าขายทุกวัน แต่ตลาดนัดชาวบ้านจะจัดขึ้นในเวลาที่กำหนดแน่นอน และไม่เหมือนกับตลาดในเมืองที่มีข้าราชการประจำคอยจัดการ ตลาดนัดชาวบ้านนั้นไม่มีผู้ดูแลจากทางการ
ไม่ใช่ว่าทุกเมืองจะมีตลาดนัดชาวบ้าน หากเป็นเมืองเล็ก ราษฎรน้อย ตลาดนัดก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้
