เฟยซู่จงเหวิน โดเมนจีนคลิกเดียวถึง
เหล่าขุนพลจึงฟังฉุนอวี่ฉยงกล่าวถึงข้อเสนอของเขา
ฉุนอวี่ฉยงกวาดตามองคนในกระโจมอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “วิธีของข้าคือ เพียรพยายามไม่ลดละ โจมตีดุดันต่อไป!”
เหล่าขุนพลเดิมคิดว่าเขามีกลยุทธ์ยึดเมืองอันแยบคาย ทว่ากลับเป็นเพียงคำพูดเช่นนี้ คนหนึ่งในกระโจมจึงอดกล่าวขึ้นมิได้ว่า “โจมตีดุดันต่อไปหรือ? ท่านขุนพล จะยังโจมตีดุดันอีกหรือ?”
ฉุนอวี่ฉยงเหลือบมองผู้เอ่ยวาจา ผู้กล่าวนั้นคือกาวหล่าน
คารมนี้เข้าหู ฉุนอวี๋ฉยงก็เกิดความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เขาไม่มีอารมณ์จะโต้แย้งกับเกาหล่าน จึงสานต่อคำพูดของตนต่อไป กล่าวว่า “ทัพเราถึงแม้จะหักเมืองมาหลายวัน ความคืบหน้ามีน้อย เมื่อวานเร่งโจมตีก็มิเห็นผลดีเท่าใด ทว่าภายใต้การรุกติดต่อกันนี้ เมื่อวานข้าขึ้นหอสังเกตการณ์ เพ่งพินิจดูในเมือง เห็นว่าทหารรักษาเมืองนั้นตั้งรับอ่อนแรงลงอย่างเด่นชัดจากแต่ก่อนนัก อีกทั้งผ่านมาหลายวันนี้ ก็ไม่เคยปรากฏว่าเห็นกองซุนจ้านออกหน้ามาเลย ข้อนี้ย่อมประจักษ์ได้สองประการ หนึ่งคือ ขวัญทหารรักษาเมืองที่ถูกเรารุกรานต่อเนื่อง ณ บัดนี้โรยลงทุกขณะ สองคือ กองซุนจ้านเวลานี้ก็เห็นจะห่อเหี่ยวแสนสลด! ...สรุปง่ายๆ ก็คือ ฝ่ายรักษาเมืองมาบัดนี้ไม่ว่าบนล่าง ล้วนขวัญกำลังถดถอยยิ่ง! ดังนั้นข้าเห็นว่า ทัพเราควรฉวยจังหวะนี้ รุกหนักตีหนักต่อไป! วันนี้ตีไม่เข้า พรุ่งนี้ก็อาจยังไม่เข้า แต่วันมะรืน วันมะเรื่องเล่า ก็จะต้องตีเข้าเป็นแน่!” กล่าวถามเหล่าขุนพลว่า “พวกเจ้าเห็นว่าแผนการนี้ของข้าเป็นเช่นไร?”
มีผู้หนึ่งเอ่ยสวนขึ้นว่า “ข้าน้อยเห็นว่าแผนการของท่านแม่ทัพนี้ไม่สมควร”
สุ้มเสียงพูดดังมาจากเบื้องซ้ายของฉุนอวี๋ฉยง ผู้คนต่างเบนสายตาไปตามเสียง ปรากฏว่าเป็นสิมโพ่ยที่เอ่ยคัดค้าน
ฉุนอวี๋ฉยงกล่าวว่า “อ้อ? ท่านว่าแผนการข้านี้ไม่สมควร? ท่านมีความเห็นอื่นที่สูงส่งกว่านี้หรือ?”
