แต่เหตุที่กองซุนจ้านไม่สนใจการบุกโจมตีของชุนอี๋หยอง จนดูเสมือนไม่แยแส ไม่ได้เป็นเพียงเพราะเขามั่นใจในความแข็งแกร่งของป้อมค่ายนี้เท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ คือเขาได้สั่งให้กองซุนซวี่บุตรของตนออกจากเมืองไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อขอความช่วยเหลือจากเตียวหุยเอี๋ยน
กองกำลังของเตียวหุยเอี๋ยนในเวลานี้ตั้งอยู่ ณ แถบเทือกเขาไท่หางในอาณาเขตจงซานกั๋ว จงซานกั๋วตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุดของกิจิ๋ว ทิศเหนือจรดกับไต้กุ้นในอิวจิ๋ว ทิศตะวันออกจรดกับโตวกุ้นในอิวจิ๋วและเหอเจียนกั๋วในกิจิ๋วตามลำดับ แม้ทางทิศตะวันออกจะมีกองทหารของอ้วนเสี้ยวตั้งสกัดช่องทางสำคัญอยู่ก่อนแล้ว เตียวหุยเอี๋ยนจึงยากจะผ่านไปได้ แต่หากเขาเลือกอ้อมทาง กล่าวคือขึ้นเหนือไปยังไต้กุ้นก่อน แล้ววกจากไต้กุ้นไปทางตะวันออกเข้าโตวกุ้น ลัดลงใต้มาถึงอำเภออี้ ระยะทางนี้หาได้ไกลนักไม่ เพียงสองสามร้อยลี้ เมื่อคิดคำนวณดูแล้ว เวลานี้กองซุนซวี่คงได้พบกับเตียวหุยเอี๋ยนแล้วเป็นแน่ ถัดจากนั้นก็รอให้เตียวหุยเอี๋ยนเตรียมความพร้อมก่อนออกรบทุกอย่างเรียบร้อย อีกอย่างมากก็เพียงครึ่งเดือน ทัพของเขาก็จะเคลื่อนมาถึงอำเภออี้
——ส่วนที่ว่าเตียวหุยเอี๋ยนยอมมาช่วยหรือไม่ ในข้อนี้กองซุนจ้านมั่นใจนัก เขาชี้ชัดว่าเตียวหุยเอี๋ยนต้องมาช่วยแน่นอน หนึ่งด้วยทั้งสองเป็นพันธมิตรกันมาแต่ต้น สองด้วยเหตุแห่งริมฝีปากและฟันอันมิอาจแยกจากกัน หากริมฝีปากสิ้น ฟันย่อมหนาว ด้วยความเฉลียวฉลาดของเตียวหุยเอี๋ยนแล้ว เขาย่อมรู้ดี
กองซุนจ้านเร่งให้บ่าวใหญ่รินสุราให้ไม่หยุด พลางเงยหน้ามองแผนที่ขนาดมหึมาที่แขวนอยู่บนผนังฝั่งตรงข้าม
แผนที่ผืนนี้มิใช่แผนที่ทั่วทั้งแผ่นดินต้าฮั่น หากเป็นเพียงแผนที่ของอิวจิ๋ว กิจิ๋ว และเฉงจิ๋วในแดนเหนือเท่านั้น
เขาคุ้นเคยกับแผนที่นี้ดีนัก ไม่ต้องเพ่งค้นหา สายตาก็จับอยู่ที่ตำแหน่งอำเภออี้
