ด้วยว่าทหารใหม่ยังฝึกไม่เสร็จสิ้น แถมเพิ่งได้เขาไท้ซานมาเป็นเขตปกครองใหม่ กำลังพลของมณฑลชีจิ๋วในยามนี้จึงค่อนข้างตึงมือ ด้วยเหตุนี้สวี่จ้งจึงมิได้นำกำลังพลจำนวนมากมาช่วยมณฑลอิจิ๋ว เพียงแต่คัดเลือกทหารชั้นดีสามพันนาย รวมกับกำลังพลของกองซุนผูแล้ว ไม่ถึงสี่พันนาย กองกำลังที่ซุนเกี๊ยนทิ้งไว้ในมณฑลอิจิ๋วมีรวมกันกว่าหมื่นนาย หากแบ่งครึ่งหนึ่งออกมาต้านทานการรุกรานจากน่ำเอี๋ยงก็ย่อมไม่มีปัญหา มณฑลชีจิ๋วและอิจิ๋วรวมกำลังพลเดินเท้าและทหารม้าได้กว่าหมื่นนาย ในด้านกำลังพลจึงมิได้เสียเปรียบ
เมื่อซุนผู ซุนอิน และสวี่เส้าเดินทางมาถึงค่าย สวี่จ้งก็ยกทัพเคลื่อนพลไปทางตะวันตก ผ่านแคว้นเพ่ยกั๋ว ไปถึงยีหลำ
ก่อนเข้าสู่มณฑลอิจิ๋ว ซุนเจินได้ส่งสารไปยังที่ว่าการมณฑลอิจิ๋วและหองกายเป็นต้น แจ้งว่าสวี่จ้งและคณะยกกำลังมาช่วยเหลือมณฑลอิจิ๋ว หองกายกับคนอื่นๆ ล้วนทราบมิตรภาพระหว่างซุนเจินกับซุนเกี๊ยน นอกจากคนจำนวนน้อยในที่ว่าการมณฑลที่ยังคงยึดมั่นในกฎเกณฑ์เก่าแก่ของราชวงศ์ฮั่น หรือด้วยเหตุผลที่มิอาจกล่าวได้ คิดว่ากำลังทหารจากมณฑลชีจิ๋วไม่ควรมาโดยไม่ได้รับเชิญและเสนอให้ขัดขวางมิให้เข้าสู่มณฑลแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็ยินดีต้อนรับ
ด้วยเหตุนี้ ทหารซุนที่อยู่ในเขตแคว้นเพ่ยกั๋วจึงมิได้เข้าขัดขวาง แต่กลับส่งคนนำทาง เป็นไกด์นำทัพให้ อำเภอแรกของยีหลำที่ไปถึงคือซานซาง ในราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ซานซางขึ้นกับเมืองไพกั๋ว หลังการฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นกลาง จึงเปลี่ยนมาสังกัดยีหลำ ในยุคชุนชิว แผ่นดินนี้เป็นของแคว้นซ่ง เล่ากันว่าจวงจื่อก็เกิด ณ ที่นี่
