"ฝ่าบาท! ทอดพระเนตรตัวนี้สิ ร่างกายกำยำ แน่นอนว่าเล่นสนุกยาวนาน!"
"ลองดูตัวนี้ แม้จะผอมไปหน่อย แต่ไวต่อความรู้สึกมาก แค่หวดแส้เดียวก็ร้องได้เร้าใจสุด ๆ"
"แล้วก็ตัวนี้ ตียังไงก็ไม่โต้ตอบ พอตีหนัก ๆ จะร้องไห้ขอความเมตตา ตอบสนองความต้องการเอาชนะได้ดีนัก..."
ตลาดค้าทาสยามราตรี ความโลภถักทอแนบแน่นด้วยตัณหาไม่รู้จบ
เหล่าพ่อค้าทาสต่างรุดเข้ามาหาอย่างใจจดใจจ่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ผู้ใดจะไม่รู้จักองค์หญิงสามพระองค์นี้ แม้เป็นเพียงสตรีระดับ C มีพลังจิตอ่อนแออย่างน่าสมเพช แต่กลับใช้เงินเป็นน้ำ
ที่เสด็จมายังตลาดค้าทาสกระจอกงอกง่อยแห่งนี้โดยเฉพาะ...
คงต้องเป็นมาเพื่อเลือกซื้อทาสชายไปทรมานเล่นเป็นแน่
เจียงจือเซี่ยฟังแล้วหนังตากระตุก
นี่เป็นวันที่สามที่นางทะลุมิติมาเกิดในโลกดาราอสูรนี้
ชาติก่อนนางเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนที่ทำงานจนตายคาโต๊ะ พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกลายเป็นองค์หญิง ดีใจแทบอยากแขวนประทัดฉลองทันที
แต่พอรวมความทรงจำของร่างนี้เข้าด้วยกันเสร็จแล้ว นางก็นิ่งเงียบไป
บ้าที่สุด มันคือการทะลุมิติเข้าไปในหนังสือนี่นา
หนังสือเล่มนี้นางเคยอ่านมาก่อน เนื้อเรื่องคร่าว ๆ คือทายาทสตรีระดับ S ผู้เป็นบุตรสาวแท้ของจักรวรรดิกลางที่พลัดพรากไป หลังจากถูกตามตัวกลับมา ก็ได้รับความรักจากพี่ชายสองคน ถูกพ่อแม่โอบอุ้มทะนุถนอม พร้อม ๆ กับมีความสัมพันธ์คลุมเครือยืดยาวกับชายหนุ่มรูปงามอีกสิบกว่าคน สุดท้ายลงเอยอย่างสุขสันต์ในแบบฮาเร็มนั่นเอง
ตอนนั้นนางอ่านได้อย่างสนุกสนาน ยังไงเสียก็ได้เห็นชายหนุ่มเลิศเลอมากมายแย่งชิงความรักจากนางเอกด้วยการหึงหวงและตบตีกัน ก็รู้สึกสะใจดีไม่น้อย
แต่นางกลับไม่ได้เป็นนางเอก
นางกลายเป็นตัวเปรียบเทียบของนางเอก คือบุตรสาวปลอม เจียงจือเซี่ย
ตอนอ่านหนังสือในตอนแรก พอนางเห็นตัวละครที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกับตน ก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลขึ้นมาทันที
ไม่ใช่เพราะตัวละครนี้ร้ายกาจเลวทรามอะไร พูดตรง ๆ เมื่อเทียบกับบรรดาตัวร้ายหญิงมาตรฐานที่ชอบวางยา ใส่ร้าย จ้างวานฆ่าคน ร่างเดิมของนางไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไร แค่มีความหื่นกระหายเล็กน้อย บุคลิกเอาแต่ใจไปหน่อย แล้วก็มีพลังจิตต่ำต้อยเท่านั้น
แต่ดูเหมือนคนเขียนจะทุ่มเทความอาฆาตแค้นทั้งหมดให้ตัวละครตนนี้
พอบุตรสาวแท้หวนคืน บิดามารดาที่เคยเอ็นดูนางก็มองนางเป็นจอมลวงโลกผู้เข้าไปแย่งที่คนอื่นในทันที พี่ชายสองคนที่เคยปกป้องนางก็รังเกียจนาง คิดว่าที่ผ่านมานางแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างของน้องสาวไป ชายหนุ่มที่นางหมายปองก็กล่าวร้ายต่อนาง เหล่าผู้คนในแวดวงขุนนางที่เคยห้อมล้อมนางก็พากันแปรพักตร์เยาะเย้ยนาง
ในช่วงเหตุการณ์หลังจากนั้น ต่อให้ร่างเดิมปลุกพลังขึ้นเป็นครั้งที่สอง มีพลังจิตเฟื่องฟูขึ้นอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นสตรีระดับ S ที่หายากของจักรวรรดิ ก็ยังต้องตายภายใต้การบดขยี้ของออร่านางเอกอยู่ดี
สุดท้ายนางถูกพรากทุกสิ่งไปจนหมดสิ้น ถูกเนรเทศไปยังดาวร้างแล้วอดตาย
ขณะเดียวกันนั้นเอง นางเอกก็กำลังสวีทหวานอยู่กับเหล่าชายในฮาเร็มของนาง
เจียงจือเซี่ยโกรธเคืองนั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าสักวันหนึ่งตนจะทะลุมิติเข้ามาในนี้
ดังนั้นหลังจากทะลุมิติมาแล้วนางก็ครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง และพบเรื่องหนึ่ง
ตอนนี้เส้นเรื่องยังเร็วอยู่ นางยังมีทางรอด
อีกสองปี กว่าบุตรสาวแท้จะกลับมา
และพลังจิตของนางยังไม่ปลุกขึ้นครั้งที่สอง ยังเป็นระดับ C
สิ่งที่นางทำได้ตอนนี้ ก็คือก่อนที่บุตรสาวแท้จะกลับมา หาของติดตัวไว้บ้าง
เงินงั้นหรือ?
เพราะพลังจิตที่ต่ำต้อย ร่างเดิมจึงเพาะนิสัยใช้ความฟุ่มเฟือยกลบเกลื่อนปมด้อยของตนขึ้นมา นี่ทำให้แม้นางจะได้เงินรายเดือนไม่น้อย แต่พอดูบัญชี ก็พบว่าเจ้าหล่อนใช้เงินเกลี้ยงทุกเดือน
อำนาจงั้นหรือ?
แม้ร่างเดิมจะเป็นสตรี แต่พลังจิตอ่อนหัดจะตายไป และก็เพราะเป็นองค์หญิง เลยเอาแต่ใจไม่ยอมทำอะไร ดังนั้นนางจึงไม่มีตำแหน่งใด ๆ ในจักรวรรดิ เป็นเพียงของประดับอย่างแท้จริง
นางใคร่ครวญตลอดทั้งคืน ในที่สุดก็ลงล็อกที่ "คน"
นางวางแผนจะลองแย่งคนจากนางเอกดู
แน่นอนว่าไม่ใช่แย่งเหล่าพระเอกที่ตายถวายชีวิตให้นางเอกหรอกนะ สิ่งที่นางจะแย่ง คือพวกตัวละครที่ในเนื้อเรื่องไม่ได้ถูกนางเอกมองเห็นค่าในสายตา แต่กลับสลักสำคัญไม่น้อย
พูดง่าย ๆ ก็คือลูกปลาในบ่อปลาของนางเอกนั่นเอง
ยกตัวอย่างเช่นองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ภักดีที่สุดที่อยู่ข้างกายนางเอกในช่วงหลัง ลู่เจวี๋ย
ลู่เจวี๋ยเป็นลูกหลานขุนนางผู้กระทำผิด ตระกูลล่มสลายลงเมื่อสองปีก่อน ทั้งบ้านถูกประหารก็ประหาร ถูกเนรเทศก็เนรเทศ ส่วนตัวเขาถูกลดสถานะเป็นทาส หลุดมาอยู่ในตลาดค้าทาส
ตอนที่นางเอกปรากฏตัว เขาถูกทรมานในสถานที่อัปรีย์นี้ตลอดสี่ปีเต็ม ๆ จนร่อแร่ นางเอกซื้อตัวเขาแล้วก็รักษาบาดแผลให้ แลกมาด้วยความภักดีชนิดถวายหัวใจและปอดของลู่เจวี๋ย
ตอนนี้นางมาถึงก่อนตั้งสองปี ให้เขาเปลี่ยนเป้าหมายความภักดีเสียใหม่ ไม่ดีกว่ารึ?
เจียงจือเซี่ยคิดพลางเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ
ในนิยายต้นฉบับพรรณนาว่าลู่เจวี๋ยเป็นเผ่าหมาป่า บนหน้ามีรอยสักซึ่งหมายถึง "ทาสผู้กระทำผิด"
นางเดินมาเกือบสิบนาที ก็ยังไม่เห็นเป้าหมายใดตรงตามลักษณะนั้น
พ่อค้าทาสด้านข้างยังคงพร่ำแนะนำไม่หยุด นางปรามเสียงเย็น
"มีทาสผู้กระทำผิดไหม? ดีที่สุดเป็นเผ่าหมาป่า"
พ่อค้าทาสผงะไป
สตรีที่มาซื้อทาสผู้กระทำผิด สิบคนมีเก้าคนก็เพื่อระบายความโกรธ ซื้อกลับไปเฆี่ยนตีทรมานตามอำเภอใจ
ดูท่าองค์หญิงสามพระองค์นี้ จะเสด็จมาซื้อของเล่นระบายแค้นจริง ๆ
พ่อค้าทาสคนหนึ่งที่เบียดเข้ามาไม่ได้มาตลอด ตาเป็นประกาย
"มี! ฝ่าบาท ในมือกระผมมีอยู่ตัวหนึ่ง!"
เจียงจือเซี่ยคิ้วกระตุก เชิดคางขึ้น "นำทางไป"
พ่อค้าทาสรีบผงกหัวไม่หยุด พานางเดินลึกเข้าไปอีก
ยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นคาวเลือดก็ยิ่งคลุ้งปลุ
ในที่สุด พวกเขาก็หยุดอยู่หน้ากรงหนึ่ง
กรงนั้นแคบและเตี้ย ด้านบนคลุมด้วยผ้าสีดำหนาทึบ ดูเหมือนกรงสุนัขขนาดใหญ่
พ่อค้าทาสพลางยิ้มเอาใจ พลางเปิดผ้าสีดำขึ้น
"ทาสตัวนี้ยังถูกฝึกให้เชื่องไม่สนิท แต่ว่าร่างกายแข็งแรงทนต่อการโบยตี วัยหนุ่ม ฟื้นตัวเร็ว เล่นได้อีกนาน..."
ในกรง ลู่เจวี๋ยฟัง "ข้อดี" ของตนเองเงียบ ๆ
เขามองมือเท้าที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กของตน แล้วกัดที่ครอบปากกันกัด
จะเป็นใครกันนะ?
ไม่ว่าใครก็ตาม ให้ความตายอย่างรวดเร็วกับข้าเถิด
อย่าได้ทรมานข้าอีกเลย
แสงสว่างทะลักเข้ามา เขาลืมตาไม่ขึ้นอยู่พักหนึ่ง
ในลานสายตาที่พร่ามัว เขาเห็นเงาร่างบอบบางยืนอยู่นอกกรง
กลิ่นหอมหวนชื่นใจสายหนึ่ง แทงทะลวงกลิ่นคาวเลือดเน่าเหม็นที่นี่เข้าไปในโพรงจมูกเขาทันที
เขาหรี่ตาลง พยายามเงยหน้าขึ้น อยากเห็นเงาร่างนี้ให้ชัด
ย้อนแสง เขามองเห็นแค่เพียงดวงตาคู่หนึ่งที่สว่างวาบขึ้นมาในฉับพลัน
จากนั้นก็ได้ยินเสียงหนึ่ง กังวานสดใสและเจิดจ้า
"เอาตัวนี้แหละ!"