ซุนเทาและหลี่เถี่ยต่างไม่คิดว่าซูอี้จะตอบคำถามที่ลึกซึ้งขนาดนี้ได้
ทว่าซูอี้กลับสีหน้าไม่เปลี่ยน ตอบชัดถ้อยชัดคำว่า
“รายงานครับ ครูผู้สอน”
“ชุดกลไกปืนประกอบด้วยลูกเลื่อน เข็มแทงชนวน ตะขอดึงปลอกกระสุน ตัวดีดปลอก และส่วนอื่น ๆ”
“วิธีแก้ปัญหาปืนติดที่พบบ่อย ให้ตรวจดูก่อนว่าแม็กซองใส่เข้าที่หรือไม่ จากนั้นดึงลูกเลื่อนไปด้านหลังเพื่อคัดปลอกกระสุนออก ตรวจดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมในลำกล้องหรือไม่ แล้วดันกระสุนขึ้นรังเพลิงใหม่ก็เรียบร้อย”
สิ้นเสียงพูด ทั้งสนามฝึกก็เงียบลงทันที
นี่ก็ตอบได้ด้วยเหรอ!
ฟางกั๋วจู่ปิดความประหลาดใจบนใบหน้าไม่มิด เขากวาดตามองซูอี้ขึ้นลงสองรอบ “ทหารคนนี้ เนื้อหาพวกนี้ฉันยังไม่ได้สอนเลย นายรู้ได้ยังไง”
ซุนเทาและหลี่เถี่ยเองก็มีสีหน้าประหลาดใจ จ้องมองซูอี้ไม่วางตา ต่างสงสัยใคร่รู้เช่นกัน
ซูอี้ตอบด้วยน้ำเสียงสงบว่า
“รายงานครับครูผู้สอน พ่อผมเป็นทหารผ่านศึกที่เคยได้รับเกียรติบัตรชั้นสอง”
“ตอนเด็ก ๆ ผมได้ยินพ่อเล่าเรื่องความรู้เกี่ยวกับอาวุธปืนอยู่บ่อย ๆ เลยซึมซับและจำได้บ้างครับ”
คำตอบนี้ไร้ช่องโหว่
ทั้งยังคลายความสงสัยของซุนเทาและหลี่เถี่ยได้
ฟางกั๋วจู่พยักหน้า สีหน้าฉายแววชื่นชม “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ไม่เลว พื้นฐานแน่น ทัศนคติดี ดีกว่าทหารบางคนที่เอาแต่คิดจะจับปืนเยอะ นายชื่ออะไร”
“รายงานครับครูผู้สอน ผมชื่อซูอี้ครับ!”
“ซูอี้ ดีมาก ฉันจำชื่อนายไว้แล้ว เข้าแถวได้”
“รับทราบครับ!”
ซูอี้ทำความเคารพแล้วเข้าแถว
ด้านข้าง เฉินเค่อมีสีหน้าแย่ลงกว่าเดิม กำหมัดแน่น
ให้ตายเถอะ เมื่อกี้เขาเพิ่งขายหน้าต่อหน้าทุกคน ซูอี้กลับได้เด่นเอาตอนนี้!
ไม่นาน การบรรยายภาคทฤษฎีก็จบลง
ฟางกั๋วจู่ปิดตำราเรียนวิชาการยิงปืนในมือ แล้วพูดว่า
“ที่สอนไปเมื่อกี้เป็นความรู้ภาคทฤษฎีล้วน ๆ ใครจำไม่ได้ก็กลับไปท่องเอาเอง”
“ต่อไปฝึกภาคปฏิบัติกัน ฝึกท่ายื่นปืนให้นิ่ง”
“การยื่นปืนเป็นรากฐานของท่ายิงทั้งหมด ถ้ายื่นปืนไม่นิ่ง ต่อให้เล็งแม่นแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์”
