สือกั๋วเจียงอึ้งไปอยู่นาน ใจเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ไม่คิดเลยว่าทหารหนุ่มคนนี้จะพูดถึงตัวอย่างการรบอันโด่งดังได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังบรรยายสถานการณ์ในตอนนั้นได้อย่างแม่นยำ
ดูออกเลยว่าเขาทำการบ้านมาไม่น้อย
เขายิ้มแล้วพูดว่า
“อาเบะ โนะริฮิเดะ คือผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นประจำการที่มียศสูงที่สุด ซึ่งกองทัพที่แดดสังหารได้นับตั้งแต่เริ่มสงครามต่อต้านญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ”
“ศึกครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาทางยุทธวิธีของกองทัพเรา และศักดิ์ศรีของทหารต้าเซี่ย”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับความโอหังของกองทัพญี่ปุ่น”
“เมื่อข่าวแพร่ออกไป ทั้งรัฐบาลและประชาชนญี่ปุ่นต่างสั่นสะเทือน หนังสือพิมพ์อาซาฮิเขียนบทความว่า การเสียชีวิตของผู้บัญชาการระดับพลโทเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทัพจักรวรรดิ — ดอกไม้แห่งนายพลร่วงโรยบนเทือกเขาไทหาง”
บทความชิ้นนั้นเองที่ทำให้ถ้อยคำนี้แพร่หลาย ต่อมาเมื่อกล่าวถึงยุทธการครั้งนี้ ผู้คนจึงมักใช้ประโยคนี้เรียกแทน
ซูอี้มีสีหน้าเคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า
“ตอนนั้นข้าศึกมีกำลังพลมากกว่าพวกเราถึงสามเท่า มีทั้งปืนใหญ่ภูเขา ปืนกลหนัก และอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยสารพัดคอยหนุนหลัง”
“ทั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเช่นนั้น กองทัพเราก็ยังใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ อาศัยภูมิประเทศและความกระตือรือร้นอยากสร้างผลงานของข้าศึก ล่อพวกมันเข้าไปในกับดัก”
“ต่อให้อาวุธดีแค่ไหน พอเข้าไปเบียดกันอยู่ในหุบเขาก็ขยับขยายไม่ได้”
“ต่อให้มีกำลังพลมากแค่ไหน หากขาดผู้บัญชาการก็ย่อมเสียกระบวน”
“ความแตกต่างด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และจำนวนกำลังพลไม่เคยเป็นปัจจัยชี้ขาดแพ้ชนะ”
