แถวทหารวิ่งเหยาะ ๆ มาถึงสนามวิ่งข้ามสิ่งกีดขวาง 400 เมตร แล้วเรียงแถวหน้ากระดานยืนประจำที่
หลี่เถี่ยชี้ไปยังสิ่งกีดขวางที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วสนาม ก่อนเริ่มอธิบายหลักการเคลื่อนไหวและข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย
“การวิ่งข้ามสิ่งกีดขวาง 400 เมตร มีสิ่งกีดขวางทั้งหมดสิบสี่ชุด”
“มีเสาก้าวสามจังหวะ คูน้ำ กำแพงเตี้ย แท่นกระโดดแผ่นสูง สะพานไม้ซุง กำแพงสูง ลวดสลิงต่ำ แล้วก็อื่น ๆ อีกมากมาย”
“ขาไปให้ผ่านสิ่งกีดขวางไปทีละจุด ส่วนขากลับให้ย้อนผ่านอีกครั้ง”
“ข้ามเสาต้องเหยียบให้มั่นคง ปีนกำแพงต้องควบคุมจุดศูนย์ถ่วง ลงคูน้ำอย่ากระโดดลงไปแรง ๆ ลอดตาข่ายอย่าเงยหน้า”
“การฝึกนี้ไม่ได้แข่งกันแค่ความเร็ว แต่ยังวัดทั้งเทคนิคและกำลังแกนกลางลำตัวด้วย ถ้าท่าผิดพลาด อย่างเบาก็แค่ช้าไปไม่กี่วินาที อย่างหนักก็อาจข้อเท้าแพลงหรือขาหัก เพราะฉะนั้นทุกคนระวังให้ดี”
“ฉันไม่อยากไปห้องพยาบาลเพื่อไปรับใครกลับมาหรอกนะ!”
พูดจบ เขาก็เปลี่ยนเรื่องแล้วกล่าวต่อว่า
“สถิติวิ่งข้ามสิ่งกีดขวาง 400 เมตรที่เร็วที่สุดของกองร้อยเรา เป็นของหานต้าฝู่จากหมวดสองมาตลอด”
“สถิติที่ดีที่สุดของเขาคือหนึ่งนาทีสี่สิบห้าวินาที”
“เอาละ หานต้าฝู่ ออกจากแถวมาสาธิตให้เด็กใหม่ดูหนึ่งรอบเต็ม ๆ”
“รับทราบ!”
หานต้าฝู่ขานรับแล้วก้าวออกมา รูปร่างผอมเพรียวปราดเปรียว แววตาแฝงความหยิ่งผยองอยู่หลายส่วน
เขาเดินไปยังเส้นเริ่มต้น ปรับลมหายใจให้เข้าที่ พอเสียงนกหวีดดังขึ้น ร่างทั้งร่างก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากคันธนู
ถีบตัวข้ามเสา ข้ามคูน้ำ ปีนกำแพงเตี้ย ทุกท่วงท่าลื่นไหลราวสายน้ำ
