หวังจื้อเดินกลับมาจากเจ้าหน้าที่จับฉลาก สีหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด
ฉางเป่าจวินรีบเดินเข้าไปหา “หัวหน้าหมู่ เป็นยังไงบ้าง รอบแรกพวกเราเจอกับทีมไหน?”
หวังจื้อไม่ได้ตอบ เพียงยกใบฉลากขึ้นให้ทุกคนดู
บนนั้นเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ชั้นปีสองห้อง 3 ปะทะชั้นปีสามห้อง 1!
ทันทีที่เห็นคู่ต่อสู้ ทุกคนต่างกลั้นหายใจ
เพราะชั้นปีสามห้อง 1 ก็คือทีมของซุนอูโหยว!
พวกเขาคือทีมเต็งอันดับหนึ่งของศึกปะทะกองย่อยถ้วยจิงอู่ปีนี้ และยังเป็นแชมป์กองย่อยของถ้วยจิงอู่ครั้งก่อนด้วย
เปิดฉากนัดแรกก็ต้องปะทะคู่ต่อสู้สุดแกร่งเข้าให้แล้ว!
บังเอิญเกินไปแล้ว!
ขณะนั้น จอใหญ่ก็ฉายรายชื่อคู่แข่งในรอบแรกขึ้นมาพร้อมกัน
พอเห็นชื่อทีมทั้งสองที่ต้องปะทะกัน ทั้งสนามก็ฮือฮาขึ้นมาทันที!
“ให้ตายเถอะ มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว นัดแรกก็เป็นทีมของซุนอูโหยวลงสนามเลย”
“ใครไม่รู้บ้างว่าชั้นปีสามห้อง 1 เก่งแค่ไหน ครั้งก่อนพวกเขาก็คว้าแชมป์กองย่อยถ้วยจิงอู่ ชั้นปีสองห้อง 3 นี่โชคร้ายจริง ๆ เห็นชัด ๆ ว่าแพ้แน่”
“ถ้าถามฉันนะ หวังจื้อดวงซวยเกินไป จับฉลากทีเดียวก็เจอของแข็ง กลับไปต้องเอาใบส้มโอมาล้างมือขจัดเคราะห์แล้วล่ะ”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศทาง
แม้หวังจื้อจะรู้ว่าโอกาสชนะมีไม่มาก แต่ก็ยังหันไปพูดกับสมาชิกหน่วยย่อยอย่างจริงจังว่า
“สหายทุกคน”
“พวกเราทหาร สิ่งสำคัญคือไม่เกรงกลัวศัตรูที่แข็งแกร่ง”
“ต่อให้คู่ต่อสู้เก่งกาจแค่ไหน พวกเราก็ต้องกล้าที่จะชักดาบออกสู้”
“แม้สุดท้ายจะพ่ายแพ้ด้วยคมดาบของฝ่ายตรงข้าม ก็ยังถือว่าแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี”
“เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นใคร จำไว้คำเดียว บุก!”
คำพูดเหล่านั้นทำให้เหล่านักเรียนในหน่วยย่อยยืดอกขึ้นอย่างฮึกเหิม
ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่ง
ซุนอูโหยวมองไปยังทีมชั้นปีสองห้อง 3 ที่มีซูอี้อยู่จากระยะไกล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
